Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

กองปราบ สรุปส่งสำนวนคดีชินแสโชกุน กว่า 1 หมื่น 8 พันหน้า ส่งให้อัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องแล้ว

กองปราบ สรุปส่งสำนวนคดีชินแสโชกุน กว่า 1 หมื่น 8 พันหน้า ส่งให้อัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตำรวจเอกกวี สุภานันท์ ที่ปรึกษา (สบ.10) และ พลตำรวจตรีชวลิต แสวงพืชน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงสรุปสำนวนการสอบสวนในคดีที่นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือชินแสโชกุน และพวกรวม 9 คน ร่วมกันหลอกลวงให้ประชาชนซื้อทัวร์ประเทศญี่ปุ่นนับพันราย แต่กลับถูกลอยแพไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เคยเป็นข่าวโด่งดังเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมยังหลอกลวงให้สมัครสมาชิกเพื่อซื้อสินค้าและจะได้รับผลตอบแทนเกินความเป็นจริง

โดยคดีนี้มีประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อเข้ามาแจ้งความทั้งหมด 757 คน มูลค่าความเสียหาย 51 ล้านบาท สอบพยานไปทั้งหมด 175 ปาก พร้อมตรวจสอบเส้นทางทางการเงินที่ทำกับผู้เสียหายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ถึงเมษายน 2560 ทั้งหมด 9,278 ธุรกรรม เป็นการโอนเงินเข้า 137 ล้านบาท และโอนออกไป 61 ล้านบาท พร้อมยึดทรัพย์สินทั้งรถยนต์ คอนโด ทองคำ เครื่องเพชร สมุดบัญชีธนาคารกว่า 20 ล้านบาท โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ยังแจ้งความเอาผิดในฐานความผิดร่วมกันฟอกเงินด้วย

ขณะที่แม่ข่ายที่รับเงินจากผู้เสียหายและบางราถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดนั้น จากการสืบสวนของตกรวจยังไม่พบหลักฐานว่าแม่ข่ายหรือผู้รับโอน รวมถึงบางส่วนยังตกเป็นผู้เสียหาย และยอมชดใช้เงินคืนด้วยตำรวจจึงกันไว้เป็นพยานทั้งหมด

ด้านพลตำรวจเอกกวี กล่าวว่า สำนวนการสอบสวนทั้งหมดมีทั้งสิ้น 42 แฟ้ม จำนวนกว่า 1 หมื่น 8 พันหน้า โดยตำรวจแจ้งข้อหา"ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ซ่องโจร, พรบ.อาหาร,และ พรบ.ศุลกากร"

ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี่ แต่ตำรวจมีระยะเวลาในการควบคุมตัวจำกัด ทำให้ต้องรีบสรุปสำนวนก่อนครบกำหนดระยะเวลาฝากขัง ซึ่งบ่ายวันนี้พนักงานสอบสวนจะนำส่งอัยการช่วงบ่ายของวันนี้

ขณะที่นายสุนทรา พลไกร ผู้อำนวยการส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวว่า มีการดำเนินคดีในสองส่วน คือทางอาญาแจ้งความดำเนินคดีในความผิดฟอกเงิน ส่วนทางแพ่งนั้นทาง ป.ป.ง. ได้ยึดทรัพย์ทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายเข้ายื่นคำร้องขอคุ้มครองทรัพย์แล้ว 1,028 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการยื่นคำร้องให้อัยการ เพื่อให้ศาลสั่งเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหาย โดยหลังจากนี้กระบวนการทั้งหมดจะอยู่ในชั้นศาล และหากผู้เสียหายคนใดรู้ว่ายังมีทรัพย์สินของผู้ต้องหาอยู่ที่ใดก็สามารถแจ้งเข้ามาเพิ่มเติมได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน