Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ญี่ปุ่น จดสิทธิบัตร ใบกระท่อมยาใจคนจน อย่างเป็นทางการแล้ว บอกเลยพี่ไทยโครตพลาด !

ญี่ปุ่น จดสิทธิบัตร ใบกระท่อมยาใจคนจน อย่างเป็นทางการแล้ว บอกเลยพี่ไทยโครตพลาด !

กระท่อมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เข็มและกาแฟ (Rubiaceae) เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 4-16 เมตร เติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ความชื้นสูง ดินอุดมสมบูรณ์ และมีแสงแดดปานกลาง กระท่อมจัดเป็นพืชที่มีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศไทยและมาเลเซีย สามารถพบได้ในเขตร้อนและกึ่งร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปแอฟริกา สมัยโบราณมีการใช้ใบกระท่อมเพื่อรักษาการติดเชื้อในลำไส้ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดไข้ บรรเทาอาการไอและท้องร่วง โดยใช้ใบสดหรือใบแห้งนำมาเคี้ยว สูบ หรือชงเป็นน้ำชา นอกจากนี้ยังมีการใช้กระท่อมในกลุ่มของผู้ใช้แรงงานเพื่อกดความรู้สึกเมื่อยล้า ทนต่อการทำงานกลางแจ้ง ทนร้อน ทนแดด และสามารถทำงานได้ยาวนานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้เพื่อลดอาการขาดยาจากสิ่งเสพติดอื่น เช่น ฝิ่นและมอร์ฟีน เป็นต้น เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยกว่ามอร์ฟีนเมื่อใช้ในระยะเวลาที่จำกัด การใช้แทนแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เพื่อเพิ่มพละกำลัง ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีการใช้กระท่อมในหลายประเทศทั่วโลกเกินกว่าขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่พบพืชชนิดนี้

หากย้อนกลับไปในปี 2556 พบว่ามีข้อเสนอของกระทรวงยุติธรรมถึงความเป็นไปได้ในการลดระดับใบกระท่อมเป็นพืชธรรมดาที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ จากเดิม ใบกระท่อม จัดเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ถูกยกระดับให้อยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับกัญชา อยู่ในการควบคุมของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปีและปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 150,000 บาท ซึ่ง พ.ร.บ.นี้มีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน

ทางด้าน ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นจดสิทธิบัตรกระท่อมเพิ่มเติมว่า การจดสิทธิบัตรครั้งนี้ นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นจดสิทธิบัตร ในส่วนของ สารอนุพันธ์ Alkaloid (อัลคาลอยด์) ในใบกระท่อมซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการระงับอาการปวด รักษาอาการอ่อนเพลีย ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสารที่ดีที่สุดในใบกระท่อมที่ช่วยในการแก้อาการเหล่านี้ ซึ่งการยื่นจดสิทธิบัตรครั้งนี้เป็นการยื่นขอจดสิทธิบัตรผ่านสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร หรือ PCT เพื่อให้มีผลในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นภาคีในสนธิสัญญาดังกล่าว 117 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนายาจากสมุนไพรไทยแท้ ทั้งที่กระท่อมเป็นสมุนไพรประจำชาติไทยและมีการใช้ประโยชน์ทางยามาตั้งแต่อดีต

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อมีการจัดให้ใบกระท่อมเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ทำให้งานวิจัยเป็นไปค่อนข้างยาก ทำให้เกิดคำถามว่าการทำวิจัยครั้งนี้ ที่มีข้อมูลว่ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยในไทย มีการละเมิดกฎหมายหรือไม่อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจหารือกันว่าจะสามารถยับยั้งได้หรือไม่ ก่อนที่องค์กรตรวจสอบระหว่างประเทศจะจัดส่งคำขอมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติสิทธิบัตรของไทย ในเดือนเมษายน ปี 2560 นี้ ควรมีการออกกฎหมายพิเศษ ให้กระท่อม รวมถึงกัญชาสามารถทำการศึกษาวิจัยได้ หรือจัดให้เป็นพืชควบคุมที่มีการอนุญาตใช้สำหรับยาแผนโบราณเท่านั้น เพื่อให้ไทยได้ใช้ประโยชน์จากสมุนไพรได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการสั่งซื้อยาจากต่างชาติได้ด้วย

cr www.thaich8.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน