Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกรัฐมนตรี เดินหน้า ขับเคลื่อนประเทศสู่ ไทยแลนด์ 4.0 พร้อม ลุยปฏิรูปทุกมิติ สร้างปรองดอง

นายกรัฐมนตรี เดินหน้า ขับเคลื่อนประเทศสู่ ไทยแลนด์ 4.0 พร้อม ลุยปฏิรูปทุกมิติ สร้างปรองดอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “Opportunity Thailand” พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสกับประเทศไทย 4.0” โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ของโลกในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงผันผวน มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในแต่ละประเทศทั่วโลก ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้แต่ละประเทศจะต้องคิดกลยุทธ์เพื่อรักษาระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศตนเอง รวมทั้งประเทศไทยจะต้องปรับตัว เพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเร่งสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับประเทศในทุก ๆ ด้าน

     ดังนั้น รัฐบาลจึงได้มีนโยบายขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และศักยภาพการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว และการก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ในทุก ๆ มิติ เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืน

     นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เป็นหลักคิดที่สอดคล้องกับโมเดลประเทศไทย 4.0 มาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ ซึ่ง "ศาสตร์พระราชา" ได้สอนให้รู้ว่า การพัฒนาจะยั่งยืนได้ ต้องรักษาสมดุล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพ ความสมดุลและความสุขของประชาชนด้วย เช่นเดียวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

     ทั้งนี้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ท้องถิ่น ถือเป็นการสร้างรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เร่งแก้ไขปัญหาจากฐานราก และสร้างความเข้มแข็งจากภายใน มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในลักษณะการพึ่งตนเอง ซึ่งเป็นไปตามพระราชปณิธานที่พระองค์ท่านได้ทรงวางรากฐานไว้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา กฎหมาย และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการรักษาฐานทรัพยากรของประเทศ เพื่อนำพาประเทศไทยสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” อย่างแท้จริง

     นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ เพื่อก้าวข้ามไปสู่โมเดลใหม่ของประเทศที่เรียกว่า “ประเทศไทย 4.0” ซึ่งเป็นโมเดลของเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า (Value-Based Economy) และเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) ซึ่งหัวใจสำคัญคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมไปสู่การเป็น “คนไทย 4.0” ซึ่งต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการพัฒนาคนไทย เยาวชนไทย ให้มีทักษะความรู้ ความสามารถให้เท่าทันต่อความเป็นไปของโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะการพัฒนาความสามารถด้าน ภาษาต่างประเทศ เพื่อให้บุคลากรไทยมีความพร้อมรองรับความต้องการของตลาดและผู้ประกอบการที่จะมาลงทุนในประเทศ และพร้อมต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศที่มุ่งไปสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม



     นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งผลักดันการยกร่างกฎหมายและแก้ไขกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติราชการ เพื่อปรับปรุงการบริการของภาครัฐให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จะต้องได้รับความสะดวกรวดเร็วในการประกอบธุรกิจ การทำงานของภาครัฐจะต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่ทุจริตคอร์รัปชันและบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยมีบรรยากาศที่น่ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะเกิดการเดินหน้า ไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะทุกคนอยู่ในโลกใบเดียวกันบนพื้นฐานความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวง และมีผลประโยชน์ที่เป็นธรรม

     อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่าจะต้องปฏิรูป 5 ปีแรก ให้เกิดความยั่งยืน รวมถึงมียุทธศาสตร์ 20 ปี มีเรื่องปฏิรูปกว่า 100 วาระ แบ่งออก 11 กิจกรรม และ 36 กิจกรรม ที่จะสอดคล้องในระยะยาว ซึ่งทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ตลอดไปอีก 20 ปีข้างหน้า ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาก็ตาม เพราะได้กำหนดเป็นกฎหมาย และอยากผลักดันให้เกิดความต่อเนื่องทุกรัฐบาลต่อไป 


     พร้อมได้สั่งการให้มีการดำเนินการ 3 เรื่อง สำคัญที่ต้องดำเนินไปควบคู่กับนโยบาย Thailand 4.0 โดยได้มีคำสั่งให้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)” เพื่อให้การทำงานเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น และเร่งขับเคลื่อนแผนงาน เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลชุดต่อไป โดยมี 4 คณะกรรมการย่อย ขับเคลื่อนเรื่องที่สำคัญให้สำเร็จได้ด้วยดี

     สำหรับ “สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU)” รัฐบาลจะดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ใช่ทหารหรือข้าราชการเพียงอย่างเดียว เข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดย PMDU จะมีบทบาทในการประสานงาน ติดตาม ขับเคลื่อนนโยบายแต่ละด้าน และรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี เน้นการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในช่วง 5 ปีแรก และนโยบายสำคัญของประเทศ และผลักดันการทำงานของคณะกรรมการย่อยทั้ง 4 ชุด ให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน