Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย ย้ำเป้าหมายประเทศ คือประเทศพัฒนาแล้ว ชี้แผน 12 เดินมา 9 เดือนแล้ว อยู่ในช่วงที่2 ของรัฐบาล หวังทุกหน่วยงานทำงานอย่างบูรณาการ เน้นแนวทางเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา  นายกรัฐมนตรี ยืนยันจะไม่ให้ขาดแคลนแรงงาน ขยายเวลาขึ้นทะเบียน 120 วัน ขออย่ามาเคลื่อนไหว

       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม "ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย" ในการประชุมประจำปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง"สานพลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาสู่อนาคตประเทศไทย " โดยมีรัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน นักวิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

       การประชุมประจำปี 2560 ของ สศช.มีกรอบสาระสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งนอกจากจะเป็นเวทีที่มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสาธารณชนเกี่ยวกับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ยังให้ความสำคัญกับการระดมความเห็นร่วมกัน เพื่อช่วยให้แนวทางและกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และประเด็นการพัฒนาสำคัญในมิติต่างๆ สามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง

      นายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกคนมีหลักคิด ในการเดินหน้าประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืนเพื่อสู่หลักชัย ที่กำหนดไว้  มีเป้าหมาย คือเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งทางกายภาพ และความคิดจิตใจ คนมีประสิทธิภาพ ทุกคนมีศักย์ศรีความเป็นมนุษย์ กินดีอยู่ดี มีความสุข

     นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าแผนนี้ ดำเนินการ ในช่วงปี 260-2564 และอยู่ในช่วงที่ 2 ของรัฐบาลนี้ เพื่อเดินหน้าประเทศ และแผนนี้เดินมา 9 เดือนแล้ว  ดังนั้นทุกคนต้องพัฒนาส่งเสริม ศักยภาพดึงจุดแข็งของประเทศ ออกมา  โดยมีเป้าหมาย ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของชาติ โดยเน้นศาสตร์พระราชา ที่เข้าใจ เข้าถึงพัฒนา   และเน้นการพัฒนาฐานราก ซึ่งทุกรัฐบาล ต้องดำเนินการเช่นนี้  และต้องยึดหลักพอเพียง ในการดำเนินการ รู้จักตนเอง ในการใช้ชีวิต

      โอกาศนี้ นายกรัฐมนตรี ยังบอกว่า ประเทศยังวุ่นวาย สื่อกลับตีข่าวเรื่องการลงเลือกตั้ง ทั้งที่มันเป็นเรื่องของตนเอง

      นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า  ทุกวันนี้ โลกให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ขณะเดียวกันดีใจที่ทุกคนมาสนใจเรื่องการปฎิรูป กระบวนการยุติธรรม และกฎหมายมากขึ้น มากขึ้น แต่ขออย่านำเรื่องทุกเรื่องมาปนกัน จนทำให้เกิดความขัดแย้ง ต้องเข้าใจว่าทุกองค์กร ย่อมมีทั้งคนที่ดีและไม่ดี แต่จะต้องทำให้คนดีได้ทำงาน คนไม่ดีต้องออกไป และที่สำคัญจะต้องเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม  ไม่ใช่ จะออกมาจ้องกล่าวหาด่ากันทางสื่อทุกวัน และให้ออกไปเอง นั้น เป็นแนวทางไม่ถูกต้อง  พร้อมเห็นว่า บางเรื่องไม่สามารถเดินหน้าได้ มีการไปฟ้องร้องศาลปกครอง ยิ่งทำให้เกิดความล่าช้าไปอีก ทั้งที่ส่วนตัวพยายามแก้ไขเต็มที่แล้ว

      นายกรัฐมนตรี ยังบอกว่า คนที่กล่าวหาว่าร้ายประเทศไทย อยู่ต่างประเทศ เป็นเรื่องที่น่าเกลียด จึงไม่เป็นเรื่องที่ไม่สมควร ที่มากล่าวหาประเทศของตนเอง

      นายกรัฐมนตรี ขออย่าฟังคนที่ติติง บิดเบือนข้อมูลของรัฐบาล ที่ว่าการลงทุนไปแล้ว ไม่ได้สิ่งไหนกลับมา โดยเฉพาะเมื่อจะเริ่มโครงการก็กล่าวหาว่าทุจริต ซึ่งไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ หากใครทุจริต ก็ให้เอาหลักฐานมายืนัยน เพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

      นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ทุกวันนี้ กำลังขับเคลื่อนงานในหลายด้าน มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา เช่น ปยป. เพื่อมาแก้ปัญหา รวมทั้ง การใช้อำนาจมาตรา 44 ที่จะใช้เพื่อปลดล็อคปัญหาที่แก้ไขไม่ได้จริง แล้วถามว่า ถ้าในอนาคตไม่มีมาตรา 44 แล้ว จะทำอย่างไร ดังนั้นการทำสิ่งไหนในอนาคต ต้องรอบคอบ ซึ่งวันนี้ ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 เพราะเร่งทำการเปลี่ยนแปลง ให้เร็วขึ้น เพื่อดูแลประชาชน ไม่ให้เดือดร้อนมากนั้น พร้อมย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลทำแผนแม่บทวันนี้ เพื่อส่งต่อให้กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ  ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และแผนแม่บทนี้ เมื่อเสร็จ ก็ต้องส่งต่อรัฐบาลนั้นและเมื่อใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องมาเป็นประธานต่อ

      สำหรับเรื่องแรงงานต่างด่าว นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าดูแลทุกกลุ่ม ในขณะเดียวกัน ก็ต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการด้วย เพราะหากเกิดปัญหา ไม่ทำธุรกิจต่อก็ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ยืนยันรัฐบาลนี้ ดำเนินการแก้ปัญหา แรงงานต่างด่าวทั้งเรื่องจดทะเบียน พร้อมชี้แจงเหตุผล การออก พรก.แรงงานต่างด่าว เพราะถือเป็นข้อกลง ใน4 ประเทศในอาเซียน โดยหลังจากนี้จะต้องขึ้นบัญชีแรงงาน ในพื้นที่ชายแดนเท่านั้น  

     และยืนยันไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่ต้องเข้าใจถึงความจำเป็นในการใช้กฎหมาย ส่วนข้อกังวลอัตราโทษปรับนั้น ก็ต้องไปพิจารณาถึงความเหมาะสม  ดังนั้ขออย่าออกมาเคลื่อนไหว   รัฐบาลแก้ไขให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนภายใน 120 วันแล้ว โดย จะแก้ปัญหาทั้งส่วนของแรงงานเก่า และแรงงานใหม่ ที่จะเข้ามาทำงาน ซึ่งรัฐบาลจะไม่ให้ขาดแคลนแรงงาน อย่างแน่นอน

     ทั้งนี้ภายหลังนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมนิทรรศการ เรื่อง นวัตกรรม หัวใจการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต  ซึ่ง สศช. ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษารวม 13 แห่งในการนำผลงานความสำเร็จของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆมาขับเคลื่อนประเทศในด้านต่างๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน