Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯตรวจแผนจัดการน้ำ สถานีสูบน้ำพระโขนง แบริ่ง-ลาซาล เร่งบูรณาการแก้ปัญหาทั้งระบบ

นายกฯตรวจแผนจัดการน้ำ สถานีสูบน้ำพระโขนง แบริ่ง-ลาซาล
เร่งบูรณาการแก้ปัญหาทั้งระบบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามแนวทางการระบายน้ำ แผนบริหารจัดการน้ำ ระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง เขตคลองเตย โดยมีพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมืองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพร้อมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำให้การต้อนรับ เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

หลังรับฟังบรรยายสรุป แผนบริหารจัดการน้ำกรุงเทพมหานครแล้ว นายกรัฐมนตรี ได้ไปพบปะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ชุมชนเกาะกลาง ต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง รักษาสิ่งแวดล้อม คลองพระโขนง ซึ่งเป็นชุมชนขนาดเล็กในเขตคลองเตย

นายกรัฐมนตรีชื่มชมประชาชนในชุมชนเกาะกลาง เป็นชุมชนที่เสียสละ และจะสั่งการให้กรุงเทพมหานครจัดสร้างโรงสูบน้ำในอีกหลายพื้นที่โดยมอบหมายให้วางแผนโครงการ พร้อมเสนอขออนุมัติงบประมาณคาดว่าจะใช้ประมาณ 50 ล้านบาทเพื่อเร่งระบายน้ำ ซึ่งอยากให้คนไทยทุกคนเข้าใจ ว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหาที่รากเหง้าของปัญหาว่าน้ำนั้นมาอย่างไร และประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วม และต้องคิดใหม่ว่าวิธีแก้ปัญหาเดิมถูกจุดหรือไม่ และต้องใช้งบประมาณ และเวลาในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาขยะที่มักอุดตันทาวระบายน้ำจนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ กทม.ทุกคนเมื่อมีปัญหาน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ก็จะตกเป็นจำเลยทุกครั้ง ทั้งที่เป็นเพียงจังหวัดเดียวที่ต้อวรับผิดชอบ ขณะที่นายกรัฐมนตรีกลับตกเป็นจำเลยทุกเรื่องเพราะดูแลทุกจังหวัด พร้อมเตือนประชาชนอย่าลืมตอบคำถาม 4 ข้อเกี่ยวกับประชาธิปไตยและการเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรีถามด้วย

ในระหว่าง พบปะทักทายกับชาวชุมชนเกาะกลางได้ขอให้ กทม.มอบเรือ 1 ลำให้ชุมชนเพื่อใช้ในการเก็บขยะตามที่ร้องขอ พร้อมเช่าวัตถุมงคลที่ชาวบ้านตั้งใจจะมอบให้ เป็นตะกรุด 19 ดอก และก้นบุหรี่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

จากนั้นนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ซอยลาซาล-แบริ่ง ถนนสุขุมวิทเพื่อติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ต้องระวังเป็นพิเศษและจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำเมื่อฝนตกหนัก โดยก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ก่อนที่จะหยุดตกเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง โดยเจ้าหน้าที่ กทม.ได้รายงานแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณจุดนี้ว่า ได้ วางท่อระบายน้ำ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม 16 เครื่องเพื่อสูบน้ำลงคลองสำโรง ขณะที่กรมทางหลวงเร่งระบายน้ำบนถนนศรีนครินทร์ ในระยะกลางจะมีการขยายท่อระบายน้ำ ลึก 6 เมตร และติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากแบริ่งลงคลองบางนา โดยนายกรัฐสั่งการให้เร่งดำเนินการทันที เพื่อให้ทันต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หากติดขัดเรื่องงบประมาณให้แจ้งกับทาง กทม.

นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โดยขอให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอันตรายที่เกิดจากน้ำในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เช่น ไฟฟ้ารั่ว พักผ่อนให้เพียงพอ และขอให้อดทนทำเพื่อประชาชน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินตรวจดูเครื่องสูบน้ำและรถดูดล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำของ กทม.รวมถึงพบปะพ่อค้าแม่ค้าบริเวณตลาดตรงข้ามซอยลาซาล โดยได้ช่วยอุดหนุนร้านขายขนม โดยเหมาขนมทั้งร้าน เช่น ขนมขาไก่ ข้าวเกรียบ และขนมปังกรอบ เป็นต้น รวมกว่า 3 พันบาท เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานนำไปรับประทาน

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมแนวทางการระบายน้ำเขตพระโขนงและบางนา ซึ่งเป็นรอยต่อของกทม.และสมุทรปราการ จึงได้ใช้โอกาสขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกระดับ และประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่สถานีสูบน้ำ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้มอบหมายให้ กทม.ทำแผนสรุปการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบเพื่อจะนำไปเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาน้ำของประเทศ ซึ่งเบื้องต้น กทม.ได้ของบประมาณ 1 พันล้านบาท สำหรับจัดทำสถานีสูบน้ำคลองเปรมประชากร ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณให้ ตามแผนงานที่จะออกมาในรูปแบบใหม่

ขณะเดียวเห็นใจประชาชนที่ต้องประสบปัญหาน่ำท่วมและการจราจรที่ติดขัด ซึ่งเป็นปัญหารือรังของ กทม.แต่รัฐบาลก็ได้เร่งทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในอดีต โดยเฉพาะการระบายน้ำที่ดีขึ้น แต่อยากขอความร่วมมือประชาชนอย่ามักง่าย ทิ้งขยะลงในคูคลอง โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น โต๊ะ เตียง ที่นอน โซฟา จึงมีแนวคิดให้ กทม.จัดหารถบรรทุกขนาดใหญ่ สำหรับเก็บขยะเหล่านี้ เพื่อนำไปซ่อมแซมและมอบให้กับคนจน หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงต่อไป

ทั้งนี้ต้องยอมรับ การแก้ปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในขณะนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะ กทม.ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการจัดทำผังเมืองใหม่ได้ รวมทั้งการย้ายเมืองก็ทำได้ยากเช่นเดียวกัน ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องวางแนวทางการขยายเมืองเพื่อลดความแออัดและการก่อสร้าง ที่กีดขวางทางน้ำ ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยบุณณาการการทำงานอย่างเต็มที่โดยเฉพาะทหาร ดังนั้นหากจะเกลียดทหาร ให้เกลียดตนเองคนเดียวก็พอ

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงการตั้งคำถาม 4 ข้อที่ถูกนักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โจมตีว่าเป็นการสืบทอดอำนาจว่า ตนสอบถามประชาชนเจ้าของประเทศ ไม่ได้สอบถามนักการเมือง จึงไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว พร้อมถามกลับไปยังนักการเมืองว่า ถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหาของประเทศที่เป็นอยู่ขณะนี้อย่างไรไม่ใช่มาโจมตีแต่ตน ที่ผ่านมานิ่งเงียบมานานแล้ว วันนี้จึงขอตอบโต้บ้าง คำถามก็เป็นคำถามง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และไม่มีคำถามเกี่ยวกับประเทศไทยควรจะมีเลือกตั้งหรือไม่ ดังนั้น อย่ามาโยงว่าจะสืบทอดอำนาจ และหลังจากนี้จะงดพูดเรื่องการเมืองอีกสองถึงสามอาทิตย์ ดังนั้น อย่ามาคิดถึงตนละกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน