Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯปาฐกถาพิเศษ ย้ำรัฐบาลมีเจตนามุ่งมั่นแก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยนชนอย่างจริงจัง

นายกฯปาฐกถาพิเศษ ย้ำรัฐบาลมีเจตนามุ่งมั่นแก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยนชนอย่างจริงจัง 

เมื่อวันที่ 11 ก.ย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ เตรียมความพร้อมก่อนการประกาศวาระแห่งชาติภายใต้หัวข้อ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน"

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องสิทธิมนุษยชนทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ส่วนตัวก็ให้ความสำคัญเช่นกัน ต้องทำให้เกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้วันหน้าจะได้เกิดขึ้นอย่างถูกต้องหลายประเทศปลูกฝังเรื่องนี้กันอย่างจริงจังตั้งแต่เด็ก แต่ที่ผ่านมาเราอาจจะให้ความสำคัญเรื่องนี้น้อยเกินไปที่จะให้คนระดับล่างได้เข้าใจคำว่าสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิมนุษยชนของกลุ่มเปราะบาง ชุมชนซึ่งมีผลกระทบต่อการพัฒนา เกิดความไม่เท่าเทียม ทั้งหมดเกี่ยวกันหมด อยากให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจว่า ทุกภูมิภาคของโลกมีปัญหาเช่นเดียวกัน เขาแก้ปัญหามาอย่างไร เราก็อาจจะมีวิธีการของเราทำให้เรื่องนี้เกิดผลเป็นรูปธรรมให้ได้ ไม่ใช่แค่คำกล่าวหรือเอกสารออกมาให้ดูสวยหรู หรือเป็นนามธรรมจนมากเกินไป ต้องมีการปลูกฝัง สร้างความตระหนักรู้ เรื่องสิทธิมนุษยชนที่ทุกคนต้องได้รับ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีเจตนามุ่งมั่นในการส่งเสริมเรื่องมนุษยชน ที่ผ่านมาได้สั่งให้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ร้องละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกเดือน เพื่อให้สถิติเหล่านี้ลดลง แต่ต้องแยกให้ออกว่า สิทธิมนุษยชนคืออะไร ทั้งผู้ปฏิบัติที่เป้นเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่เป็นผู้กล่าวอ้างว่าถูกละเมิด รวมถึงกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ทั้งหมดเป็นคนละขั้นตอน ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด

รัฐบาลได้กำหนดแผนที่นำทางหรือโรดแมปในการขับเคลื่อนสู่ 17 เป้าหมาย มีตั้งแต่ระยะสั้น กลาง และยาว จะเห็นว่ามีแผนยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี ต้องจัดการความเร่งด่วนของแต่ละเรื่อง อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชนอาจต้องทำตลอดชีวิต ตลอดชาติ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติและประชาชน ต้องเข้าใจว่าประเทศพัฒนาได้อย่างไรสิทธิมนุษยชนจะเข้าไปดูแลได้อย่างไร

ไทยมีการพัฒนาแบบตะวันออก ช้าแต่ยั่งยืน ผสมแบบตะวันตกที่รวดเร็วแต่มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ไทยต้องนำ 2 อย่างพัฒนาไปพร้อมกัน ไม่อย่างนั้นจะเดินหน้าประเทศได้ช้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับสั่งไว้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องทำให้เกิดความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน หรือ สมดุลทรัพยากรธรรมชาติ

ส่วนเรื่องสิทธิเสรีภาพ ต้องรู้จักหน้าที่ต่อตนเอง ครอบครัว หรือชุมชนประเทศชาติ เมื่อรู้หน้าที่ของตัวเองความร่วมมือก็จะเกิดขึ้น ทำให้เกิด"สิทธิ" แต่ถ้าไม่รู้จักหน้าที่ ก็มองแต่เรื่อง "สิทธิเสรีภาพ" ทำให้ทุกอย่างสับสนอลหม่านไปหมด หลักการสำคัญคือ เปิดโอกาสสให้ทุกคนได้เข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรม การดำเนินชีวิต ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงจุดนี้ และต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทุกอย่างมีความแตกต่างหลากหลาย ไม่มีใครคิดเหมือนกันได้แน่นอน แต่จะทำอย่างไรให้ความเห็นที่แตกต่างเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมปกติ ส่วนตัวทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว

ที่ผ่านมามีความขัดแย้งจากตัวบุคคล ระเบียบกฎหมาย จากความร่วมมือนานาชาติ รัฐบาลทำทุกอย่างอย่าฟังคำบิดเบือนให้มากนัก อยู่ที่เราจะแยกแยะประเด็นสิทธิมนุษยชนออกมาอย่างไร ผิดกฎหมายหรือไม่ถ้าผิดก็ดำเนินตามกฎหมาย จะผิดหรือถูกไปว่ากันมา ยืนยันว่าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว แต่เราต้องทำให้บ้านเมืองมีความปกติ ส่วนตัวสั่งให้คนเลิกทะเลาะกันหรือสั่งให้ศาล กระบวนการยุติธรรมยกเลิกพิจารณาคดีได้หรือไม่ ก็ทำไม่ได้ ยกเลิกทั้งหมดเพื่อการปรองดอง ไม่ว่าจะเป็นคดีความ คดีอาญา ยกเลิกผู้ต้องหาทั้งหมด ทำได้หรือไม่ ไม่มีประเทศไหนทำได้ ไปหามาถ้าใครทำได้บอกมา สิ่งสำคัญวันนี้คือใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะคนจน คนรวยต้องติดคุกทุกคน อยู่ที่ว่าเขาหนีไป มันเรื่องจริง ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือเราไปมองว่า คดีความเกิดขึ้น ไปเพ่งเล็งใครก็หาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน เราทำตั้งแต่ยังไม่มีเรื่องไม่มีราว นำไปสู่กระบวนการยุติธรรม แตะอะไรไม่ได้เลย นั่นคือความยากง่ายของการทำงานของเจ้าหน้าที่

การอ้างรัฐธรรมนูญฉบับเดียวก็เคลื่อนไหวอะไรเมื่อไรก็ได้ แต่มีกฎหมาย 5 หมื่นฉบับ กฎหมายลูกอีกแสนกว่าฉบับเข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้ามองแค่ 300 มาตราของรัฐธรรมนูญแล้วทำได้ทุกอย่าง อะไรก็ไม่มีทางสำเร็จ สิทธิมนุษยชนก็ทำไม่ได้ ขอยืนยันว่า กฎหมายไม่ได้มีไว้เล่นงานคนดี หรือทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม แต่มีไว้คุ้มครองให้ทุกคนมีโอกาสได้เข้าถึงประโยชน์ กฎหมายไม่ได้มีไว้กลั่นแกล้งใคร เพียงแต่ว่าใครทำผิดกติกาต้องถูกพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่มีสาเหตุ ไม่มีเรื่อง ไม่มีหลักฐาน ก็ทำอะไรไม่ได้ บางครั้งอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่สังคมตัดสินกันเองไปแล้ว เราตัดสินกันด้วยความรู้สึก ในโซเชียล ในสื่อก็ไม่เกิดอะไรที่เป็นเรื่องดี ต้องมองย้อนกลับมาดูว่า

วันนี้รัฐบาลทำให้กระบวนการยุติธรรมชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่เป็นการรังแกใคร แต่เป็นการเปิดเวทีให้ทุกคนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทุกพื้นที่ แต่เราจะดูแลคนที่แตกต่างกันอย่างไร นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่งั้นก็วุ่นวาย คนดีติดคุก คนรวยไม่ติดคุกคนจนติดคุก เพราะส่วนใหญ่คนจนหนีไปไหนไม่ได้ แต่บางคนผิดหรือไม่ผิดไม่รู้ก็หนีแล้ว ตัวเองว่าแบบนี้มันไม่ใช่ อย่าไปสร้างความรู้ผิดๆแบบนี้

ย้ำว่าไม่ได้พูดถึงใครเลยนะ เดี๋ยวจะหาไปว่าใครอีก พยายามไม่ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม แต่อย่ามายุ่งกับรัฐบาลหรือคสช. มาเกินไป ขอให้นึกถึงสิ่งดีๆบ้าง นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็จบหน้าที่ตัวเองแล้ว และนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก็เป็นเรื่องเดิม เดี๋ยววันหน้าก้มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาอีก ถ้าไม่จัดการของเก่า ของใหม่ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่ได้

ประเทศกำลังเดินหน้าสู่การปฏิรูป การปฏิรูปเป็นการทำใหม่ ยกเครื่องใหม่ เรื่องสิทธิมนุษยชนถือเป็นเรื่องสำคัญ ให้ทุกคนเข้าถึงสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ไม่ใช่คำพูดสวยหรู ว่ามั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนอย่างเดียว แต่นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เกี่ยวกับคนทั้งประเทศ ทั้งโลก ดังนั้นประเทศไทยอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ หลายคนคิดว่าอยู่ได้ ขนาดตัวเองมาแบบนี้ยังอยู่ไม่ได้เลย ไม่ใช่เพราะกลัวใคร แต่เข้ามาเพราะสถานการณ์ไม่ปกติ ถึงเข้ามา มีวิกฤติการณ์ทั้งหมด ทุกคนไม่เข้าใจว่าลืมไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

สิ่งสำคัญคือต้องใช้วิกฤติตรงนี้ให้เป็นโอกาสให้ได้มากที่สุด ใช้เวลาให้สั้นที่สุด ปฏิรูปประเทศให้มีเกียรติยศศักดิ์ศรี วันนี้คิดง่ายๆ ก็เรื่องค้ามนุษย์ ไอยูยู สิ่งเหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้น ต้องลงโทษ ใครผิดต้องถูกลงโทษ เจ้าหน้าที่ผิดลงโทษสถานหนัก ผู้ประกอบการรายใหญ่ผิดก็คือผิด เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ตำรวจ ทหาร และต้องสร้างความมุ่งมั่นเชื่อมั่นให้กับสังคมโลก แต่อย่าเอามากดดัน ไม่อย่างนั้นจะทำงานไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน