Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯ นำชาวอยุธยาปลูกต้นไม้แนะตั้งศูนย์เพาะกล้าไม้ในชุมชน ยันเข้ามาบริหารหารประเทศงานอย่างเต็มที่


นายกฯ นำชาวอยุธยาปลูกต้นไม้แนะตั้งศูนย์เพาะกล้าไม้ในชุมชน ยันเข้ามาบริหารหารประเทศงานอย่างเต็มที่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "ประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน" ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำบลมหาพราหมณ์ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 65 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 และร่วมกันศึกษาแนวพระราชดำริ และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งรณรงค์ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว ปลูกฝังจิตสำนึก ในการอนุรักษ์ต้นไม้ ทรัพยากรป่าไม้ให้แก่ประชาชน โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานภาคส่วน ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบกล้าไม้ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครศรีอยุธยาด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดโครงการ  โดยขอบคุณประชาชนที่มาร่วมงานกว่า 5 พันคนถือเป็นการพบปะประชาชนที่ถือว่ามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และถือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มาร่วมกันในแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ดังนั้นทุกคนควรอนุรักษ์แผ่นดินนี้ไว้ให้มีที่ยืนในต่างประเทศ

รัฐบาลเริ่มโครงการนี้ โดยหวังว่าประชาชนจะเดินตามศาสตร์พระราชา ซึ่งที่ผ่านมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้น้อมนำแนวทางพัฒนาต่างๆ ที่พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ได้พระราชทานแนวทางริเริ่มไว้ให้ โดย ต้องคำนึงถึงประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการปลูกป่าในใจคน ที่ต้องดูแลทรัพยากรป่าไม้ ให้ได้ และการจะทำให้บรรลุเป้าหมายร้อยละ 40 นั้น จะต้องแก้ปัญหาด้านต่างๆ โดยเฉพาะกรณีประชาชนอยู่ในพื้นที่ป่า ก็ต้องใช้แนวทางให้คนอยู่ร่วมกับป่า

พร้อมให้ดูความเหมาะสมในการปลุกป่า เลือกชนิดต้นไม้ ให้เป็นร่มเงา คืนความสมดุลให้ธรรมชาติ นำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นสวนสาธารณะ ต่อไป จะต้องปลูกต้นไม้เป็นกลุ่ม ไม่ปลูกเรียงแถวจนแน่น  เพื่อง่ายต่อการดูแล

ทั้งนี้การปลูกป่า จะต้องเริ่มจากการปลูกป่าในใจ สู่การปลูกป่าชุมชน เชื่อมโยงไปยัง การปลูกป่าใหญ่  เพื่อการดูแลทรัพยากรป่าไม้ใหญ่ในภาพร่วม และเป็นป่าต้นน้ำ ตามแนวทางของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ ที่ได้ทั้งพื้นป่า และส่งเสริมการท่องเที่ยว

อยากให้มีการตั้งศูนย์เพาะพันธ์ไม้ในท้องถิ่นโดยใช้ทรัพยากรในพื้นที่  และให้ดำเนินโครงการนี้ตลอดไป ไม่สิ้นสุด และอย่างจริงจัง พร้อมเดินไปข้างหน้า  โดยรัฐบาลนี้ มีผลการดำเนินกงานตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ได้ดำเนินการหยดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้จากนายทุน และบริหารจัดการประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่า บริหารจัดการน้ำ  

นายกรัฐมนตรี ยังเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ในช่วงไหล่เขา ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำไหล  เพราะมีการทำลายป่าไม่ไปมาก จนไม่มีพื้นที่ชะลอน้ำ

พร้อมย้ำว่าส่วนตัวรักทุกคนและทั่วภาค และย้ำว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่ทั่วโลกใช้ด้วยกัน  รวมถึงการดำเนินการแบบสากลที่ต้องร่วมมือแก้ปัญหาภับคุกคามรูปแบบใหม่  ทั้งโรคระบาด ก่อการร้ายข้ามชาติ  การแข่งทางเศรษฐกิจ  การร่วมกลุ่มประเทศทางการค้า  การรับมือปัญหาทุจริต ล้วนเป็นเสิ่งที่ประเทศไทยต้องรับมือ ซึ่งรัฐบาลนี้ได้เร่งวางแนวทางไว้ ในรูปแบบยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะต้องได้รับความร่วมมือทุกภาคส่วน


ระหว่างนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ถามประชาชนว่ามีข้อสงสัยหรือมีใครไม่พอใจ คสช. และอยากให้ คสช.ออกไปโดยเร็วหรือไม่ ซึ่งมีระชาชนตะโกนบอกใ้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อ ซึ่งนายกรัฐมนตีกล่าวว่า ถือเป็นกำลังใจในการทำหน้าที่ หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของประชาธิปไตย แต่ยืนยันว่าขณะที่ทุกประเทศมีความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจกับไทยเป็นอย่างดี มีเพียงบางประเทศเท่านั้น ที่ตนเองไม่สามารถเดินทางไปได้ในฐานะที่เข้ามาควบคุมอำนาจ เท่านั้น แต่รัฐมนตรีคนอื่นๆ สามารถเดินทางไปปฎิบัติภารกิจได้ ในขณะที่ตนเอง ก็ไม่เสียใจ และอยากปฎิบัติหน้าที่ กำหนดนโยบายอยู่ในประเทศอยู่แล้ว  และในช่วงระยะเวลานี้ จะมีบุคคลสำคัญเดินทางมายังประเทศไทย และในที่สุดแล้ว รัฐบาลได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว และการเข้ามาอยู่ตรงนี้เป็นการถูกลิขิตไว้ ส่วนจะประเทศ จะเดินหน้าต่อ หรือล่มสลายก็ขึ้นอยู่ที่มือของคนไทยทุกคน และประเทศไทยยังต้องอยู่  

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ร่วมปลูกต้นยางนา ก่อนพบปะประชาชน และเดินทางกลับ

ทั้งนี้โครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการ ได้แก่ พื้นที่กรรมสิทธิ์ของประชาชน โดยจะแจกกล้าไม้ให้ประชาชนนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง, พื้นที่ของรัฐทุกประเภท ทั้งพื้นที่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานราชการ ,พื้นที่ตามกฏหมายและมติคณะรัฐมนตรี ,พื้นที่สาธารณะและสวนสาธารณะ

โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมุ่งหวังว่าการจัดโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน จะมีประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาที่คุณและเฉลิมพระเกียรติ ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านกล้า และสามารถฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวในประเทศ ไม่ต่ำกว่า 50,000 ไร่ โดยจะดำเนินการปลูกอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดโครงการ 30 กันยายน 2560

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน