Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

น้ำตาล ชลิตา ถึงไทยแล้ว ยันทำเต็มที่ ขอบคุณคนไทยร่วมเชียร์

น้ำตาล ชลิตา ถึงไทยแล้ว ยันทำเต็มที่ ขอบคุณคนไทยร่วมเชียร์

เมื่อวาน 31 ม.ค สาวน้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016ได้เดินทางมาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  สาวงามคนแรกจากประเทศไทยที่สามารถพาตัวเองเข้าสู่รอบตอบคำถาม 6 คนสุดท้ายในรอบ 28ปี ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ที่จัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปินส์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงเชียร์จากคนไทยทั้งประเทศ

ซึ่งเมื่อวานสาวน้ำตาลได้เดินทางกลับเมืองไทยด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG621 โดยบรรยากาศภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งมีแฟนคลับ สื่อมวลชนไปรอต้อนรับอย่างอบอุ่น
ซึ่งทันทีที่น้ำตาลเดินทางมาถึงก็ได้มีการสวัสดีทักทายพร้อมกับให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนโดยระบุว่า


"วันนี้กลับมาพร้อมกับกระเป๋า 14 ใบ แต่ว่าเอากลับมาก่อนหน้านี้แล้ว 4 ใบ (ยิ้ม) เพราะมีเอามาเติมด้วยเหมือนกันตอนที่พี่ๆ เขาเดินทางมาร่วมเชียร์
สำหรับประสบการณ์ในกองประกวดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกที่ได้ทำกิจกรรมก็รู้สึกสนุกสนานมาก ทุกคนน่ารัก คนฟิลิปินส์น่ารักมากเพราะคนที่นั่นเขารักนางงาม เวลาตาลไปไหนเขาก็จะแบบว่าเรียก ชาลิ ชลิตา ไทยแลนด์ตลอด สนุกมากค่ะน่ารักมาก ถามความรู้สึกหลังจากที่ได้ยินคำถามตอนนั้นก็คือ ในใจตาลนึกอยู่แค่คนเดียว เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เป็นคนเดียวที่ตาลนึกได้ เพราะท่านอยู่กับตาลตลอด ไม่ว่าตาลจะทำกิจกรรมอะไรหรือไม่ว่าตาลจะไปไหน แม้กระทั่งตอนที่ตาลต้องให้สัมภาษณ์ ตาลก็จะไหว้ท่านก่อนเป็นคนแรก เพราะสำหรับตาลท่านเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจให้กับเราเวลาที่เราอยู่ต่างบ้าน
ตอนมาถึงที่ไทยปุ๊ปความรู้สึกแรกเลยก็คืออยากกินส้มตำ (หัวเราะ) ช่วงอยู่ในกองประกวดตาลก็จะสนิทที่สุดกับ โคลอมเบีย ยูเอสเอ หรืออย่างบางคนที่เขาเห็นว่าตาลกับแอนเดรียหน้าคล้ายกันเขาก็จะแซวว่าเราเป็นแฝดเอเชีย (ยิ้ม) ก็เป็นการแลกสายสะพายกันค่ะ อย่างเมื่อคืนที่ผ่านมาพวกเขาก็มาเล่นที่ห้องของตาล คือเราอยากเป็นรูมเมทกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว (หัวเราะ)


สำหรับช่วงที่ต้องสวมใส่ชุดประจำชาติ ตาลต้องเล่าก่อนว่าหลังจากที่เปลี่ยนชุดราตรีเพื่อมาใส่ชุดประจำชาติ ตอนนั้นตาลประหม่าตัวเองด้วยค่ะ คือคิดว่าทำผมเองน่าจะรอดแต่ปรากฏว่าทำไปทำมาแล้วมันหลุดเลยพยายามรีบไปที่ห้องทำผม และด้วยความที่ชุดมันหนักจะให้เราเดินเร็วก็ไม่ได้ แต่เราก็รีบสุดๆ สุดท้ายปรากฏว่าตาลต้องเปลี่ยนผมถึง 3 รอบ จนทางกองประกวดต้องมาเร่งว่าไทยแลนด์คุณต้องไปแล้ว ซึ่งบอกตามตรงตอนนั้นมันก็เหมือนว่าใจเราหายนะคะ เพราะคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำยังไงดี เพราะใกล้ถึงประเทศเราแล้วแต่เรายังไม่เสร็จ สุดท้ายทุกคนก็เข้ามาช่วยรุมเกือบ 10 คน คือในหัวของน้ำตาลตอนนั้นคิดอยู่ตลอดว่าจะทำยังไงดีน้ำตาจะไหลแล้ว แต่พอใส่ผมเสร็จปุ๊บก้าวเท้าขึ้นบันไดได้ก้าวหนึ่งเขาก็ประกาศชื่อไทยแลนด์พอดี ตอนนั้นพอตาลได้ยินเสียงร้องเสียงปรบมือของทุกๆ คน ก็เลยรู้สึกแบบว่าตื้นตันใจมาก ที่ครั้งหนึ่งเราได้มีโอกาสได้สวมชุดนี้

ถามว่าตอนที่อยู่กองประกวดมีความรู้สึกกดดันหรือร้องไห้บ้างไหม ไม่เลยค่ะ เพราะตั้งแต่วันแรกที่ตาลได้ทำกิจกรรมไม่มีวันไหนเลยที่ตาลไม่มีความสุข ไม่มีวันไหนที่กดดัน และก็ไม่มีวันไหนที่ท้อ ตาลสนุกกับการประกวดมากๆ สำหรับความตั้งใจของตาลตอนอยู่ที่นั่นก็คือ ทุกวันตาลจะต้องทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด ต่อให้ผลออกมาเป็นยังไงตาลก็จะน้อมรับในสิ่งที่ตาลทำ เพราะว่าตาลทำเต็มที่แล้ว แต่ก็แอบเสียดายนิดหนึ่งเพราะตาลเองก็ตั้งความหวังไว้เหมือนกันว่าจะเอามงกุฏกลับบ้านเรา แต่ก็ไม่เป็นไร (ยิ้ม) ในส่วนของฟีดแบกจากแฟนๆ ก็จะมีทางพี่ๆ เบื้องหลังคอยอัพเดทให้ตลอด พี่เขาก็จะบอกเสมอว่าให้ทำเต็มที่เพราะมีคนเชียร์เราเยอะมากเราไม่ต้องกังวลอะไร ให้เตรียมตัวของเราให้เต็มที่สำหรับการประกวดดีกว่า เรื่องตัวเต็งก็ได้ยินมาบ้างค่ะนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ดีใจที่เวลาไปไหนก็จะมีคนเรียกชื่อเราปลื้มปริ่มค่ะ ทุกคนน่ารักมากจริงๆ
สำหรับกระแสข่าวที่มีคนออกมาบอกว่าตาลแพ้เขาแค่คะแนนเดียว อันนี้ตาลยังไม่ทราบเลยนะคะ และก็เรื่องขวัญใจช่างภาพกับนางงามมิตรภาพก็ไม่ใช่ตาลด้วยนะคะ เพราะนางงามมิตรภาพคือประเทศเกาหลี ส่วนขวัญใจช่างภาพอันนี้ตาลเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นประเทศอะไร แต่ว่าไม่ใช่เราค่ะ ถ้าให้พูดถึงคะแนนโหวตจากทั่วโลก อันนี้เอาจริงๆ ตาลเองก็ไม่คิดไม่ฝันนะคะว่าทุกคนจะเชียร์เราและรักเรามากขนาดนี้ บางคนถึงกับไม่หลับไม่นอนช่วยกันรีทวิตจนมือหงิก (ยิ้ม) ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่อดหลับอดนอนเพื่อตาลขนาดนี้ ดีใจมากเลยค่ะ ดีใจที่ได้เป็น 1 ใน 85 คน ที่ทุกคนโหวตให้เยอะ

สำหรับกิจกรรมหลังจากนี้ที่ต้องทำคือต้องไปแก้บนค่ะ (หัวเราะ) บนไว้หลายที่มากแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ไปบนที่ไหนไว้บ้าง (หัวเราะ) แต่ถ้าของตาลก็จะเป็นพระพรหมที่เดิมเลย เป็นการรำ คือที่บนไว้ก็จะเป็นหากได้มงกุฏจะมีการรำ 99 คน แต่ปรากฏว่าไม่ถึงก็เลยเป็นแค่ 9 คนแทน (ยิ้ม) ส่วนเรื่องวันที่จะไปแก้บนตอนนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดเพราะต้องขอดูตารางเวลาก่อนค่ะ
เส้นทางชีวิตหลังจากนี้คงต้องวางแผนกันอีกที แต่ก่อนอื่นคืออยากเรียนให้จบก่อน ส่วนงานในวงการบันเทิงหากมีโอกาสก็อยากจะลองทุกๆ อย่าง ส่วนเรื่องเรียนอันนี้ต้องดูกันอีกทีว่าจะเป็นที่ไหนเพราะว่าตาลต้องย้ายมาเรียนกรุงเทพ เพื่อที่จะได้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เอ่อ...สำหรับกระแสที่คนมองว่าตาลไม่มั่นใจในช่วงที่ตอบคำถามเลยทำให้พลาดตำแหน่ง ตาลต้องบอกก่อนว่าการที่เราจะตอบคำถามอย่างหนึ่งบนเวทีระดับโลก มันก็ต้องเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เราจะต้องตื่นเต้น แต่ตาลก็คิดว่าตาลตอบได้มั่นใจที่สุดแล้ว ทำได้เต็มที่ที่สุดแล้ว ดังนั้นมันจะเป็นยังไงก็ตามมีตามเกิดนะคะ เพราะอย่างที่บอกเราก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องกระแสดราม่าที่มีคนเข้ามาติอันนี้ตาลยังไม่ทราบเลย แต่ตาลก็ขอเสพสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตค่ะ" 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน