Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

วิษณุ ประชุมคณะกรรมการปฏิรูป 13 คณะ เพื่อรับฟังความเห็น


วิษณุ ประชุมคณะกรรมการปฏิรูป 13 คณะ เพื่อรับฟังความเห็น

นายวิษณุ เครืองาม นายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงการประชุม รวมคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 13 คณะว่า วันนี้เป็นการประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมกันเพื่อออกระเบียบที่เกี่ยวกับการประชุม การรับฟังความคิดเห็น และระเบียบเกี่ยวกับการว่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อนำใช้บังคับให้ทุกคณะดำเนินการเป็นแบบแผนเดียวกัน

โดยจะมีความชัดเจนหลังการประชุม และสามารถส่งร่างความเห็นชอบไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้ภายในวันนี้ และหลังจากนี้แต่ละคณะจะไปดำเนินงานในส่วนของตัวเอง

ส่วนที่จะต้องมีที่ปรึกษา นายวิษณุ ระบุว่า ในแต่ละคณะไม่จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาก็ได้ แต่ในกฎหมายได้ระบุว่าคณะกรรมการไม่สามารถตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มได้ ดังนั้นการตั้งที่ปรึกษาจึงเป็นการช่วยในเรื่องการศึกษาลงลึก หาแนวทางการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ซึ่งบางคณะอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าผู้ร่วมรายงานก็ได้

สำหรับขั้นตอนการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปในแต่ละคณะ นายวิษณุ ระบุว่า บางคณะสามารถร่างกฎหมายเองได้ หรืออาจไปยังกฤษฎีกา หรือว่าจ้างให้นักกฎหมายดำเนินการร่าง แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายจะต้องส่งไปยังคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อขอความเห็นชอบ  

พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีที่นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารธนาคารเกียรตินาคิน (จำกัด) ระบุว่ายุทธศาสตร์ชาติเปรียบเสมือนโคมไฟส่องนำทางหรือโซ่ตรวนล่ามประเทศ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าสือชี้แจงถึงนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนการถูกโยกย้ายจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ว่า เจ้าตัวรู้ดีว่าสามารถอุทธรณ์เรื่องนี้ได้หรือไม่ แต่ยังคงยืนยันว่าพันตำรวจโทพงศ์พร สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดี ไม่มีปัญหา แต่จำเป็นต้องโยกย้ายเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่าง และการโยกย้ายก็ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเรื่องเงินทอนวัด แต่มีคนพยายามให้พระทะเลาะกันเอง และพระทะเลาะกับรัฐบาล

พร้อมยืนยันไม่เคยได้ยินว่า พันตำรวจโทพงศ์พร มีปัญหากับพระสงฆ์ แต่หากมีก็อาจเป็นปัญหาส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย

ส่วนผู้อำนวยการ พศ.คนใหม่ ยังคงต้องเดินหน้าภารกิจ4 ภารกิจหลัก ทั้งช่วยงานด้านพระพุทธศาสนา ในฐานะเลขาธิการมหาเถระสมาคม หรือ มศ. จะต้องเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ สามารถร่วมงานกันได้ จะทะเลาะกับสงฆ์ไม่ได้

พร้อมกันนี้ยังมีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด โดยต้องตรวจสอบจากภายในไปสู่ภายนอก ตรวจสอบตั้งแต่คนในพศ. ไปถึงไวยาวัจกรตลอดจนชาวบ้าน

ขณะเดียวกัน พศ.มีภาระในการร่วมจัดศาสนาพิธี การถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกับกรมการศาสนา จึงเป็นสาเหตุที่ให้ นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา มาดำรงตำแหน่งผอ.พศ.คนใหม่ และตั้งใจว่า จะให้รักษาการในตำแหน่งเดิมต่อไปด้วย จนกว่าจะเสร็จงานพระราชพิธี

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่พศ. และ มศ.จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหากับผู้ที่ได้รับความเดือนร้อน ที่ซื้อที่ดินมาโดยสุจริต แต่วันนี้ที่ดินเหล่านั้น ได้ถูกยกเลิกเพิกถอน กลายเป็นที่ธรณีสงฆ์  ไม่ใช่ร่วมกันนิรโทษกรรมใคร ใครผิดก็รับโทษไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน