Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

เรืองไกร จ่อร้อง ปปช. เอาผิด ครม. สั่งประเมินภาษีทักษิณไม่ชอบ


เรืองไกร จ่อร้อง ปปช. เอาผิด ครม. สั่งประเมินภาษีทักษิณไม่ชอบ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 ให้กรมสรรพากรทำการประเมินภาษีจากอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จำนวนกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท  และต่อมาเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้นำหนังสือประเมินภาษีที่ไม่มีการระบุเลขที่ ไปปิดที่หน้าบ้านเมื่อ 28 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น
         
นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีหลักกฎหมายและผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้ว ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ อม. 1/2553 และคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางที่ 242-243/2553 ซึ่งจากผลของคำพิพากษาทั้งสอง กรมสรรพากรจึงมีการสั่งยุติเรื่องไปแล้ว ทั้งนี้ตามเอกสารราชการที่ถือเป็นหลักฐานเด็ด 2 ฉบับ คือ

(1) บันทึกข้อความของสำนักตรวจสอบภาษีกลาง ที่ กค 0710/ตส/1460 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2555 ที่อธิบดีกรมสรรพากรมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง และ  (2)หนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0717/ล.1804 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ที่ตอบไปยัง ป.ป.ช. ว่า การซื้อขายหุ้นชินคอร์ปดังกล่าวจึงไม่เกิดขึ้น ผลก็คือ เมื่อธุรกรรมการซื้อขายหุ้นไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น นายทักษิณ ย่อมไม่มีเงินได้จากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปผ่านบริษัทแอมเพิลริช แต่อย่างใด และการขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็กเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ก็เป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์ กำไรที่ได้จากการขายหุ้น จึงได้รับยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวง นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณีดังกล่าว คณะรัฐมนตรี กรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องรู้ถึงผลของคำพากษาศาลฎีกาและศาลภาษีแล้ว รวมทั้งการสั่งยุติเรื่องตามข้อความในหนังสือทั้งสองฉบับด้วย ดังนั้น การหาเหตุมาประเมินภาษีครั้งนี้ จึงชัดเจนว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจที่จะทำได้

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ในฐานะหนึ่งในทีมงานท่านนายกฯ ทักษิณท่านยังบอกกับตนที่ดูไบเมื่อช่วงสงกรานต์ว่า เรื่องนี้น่าจะมีเหตุมาจากความไม่พอในส่วนตัวของคนไม่กี่คนที่อาจอยู่เบื้องหลังกรณีนี้  คนที่รับไม้ต่อก็ทำไปโดยมีเจตนากลั่นแกล้งเพื่อหวังผลทางการเมือง ซึ่งการไม่ใช้กฎหมายอย่างนี้อาจส่งผลกระทบไปถึงการปรองดองด้วย
ดังนั้น การสั่งให้ประเมินไปก่อนแล้วให้นายกฯทักษิณไปสู้คดีต่อในชั้นศาลดังที่นายกฯ ประยุทธ์ กล่าวไว้ จึงเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าลักษณะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมาย ป.ป.ช. อย่างชัดเจน รวมทั้งกรณีนี้ ป.ป.ช. ต้องทราบดีอยู่แล้วด้วย ตามหนังสือที่กระทรวงการคลังส่งให้ ป.ป.ช. ดังกล่าวข้างต้น

นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยเหตุนี้ จึงต้องร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ทำการไต่สวนเอาผิดกับคณะรัฐมนตรีและกรมสรรพากรต่อไปโดยเร็ว โดยจะไปยื่นหนังสือด้วยตนเองที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ ในวันที่ 21 เมษายน ศกนี้ เวลา 10.00 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน