Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

โภคิน ปัดเอี่ยวจัดซื้อซีซีทีวีรัฐสภาปี49 ชี้พ้นตำแหน่งเพราะยุบสภาก่อนการลงสัญญา

โภคิน ปัดเอี่ยวจัดซื้อซีซีทีวีรัฐสภาปี49 ชี้พ้นตำแหน่งเพราะยุบสภาก่อนการลงสัญญา

นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ถูกพาดพิงว่าดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของรัฐสภา และมีรายงานว่ามีการจ่ายสินบนในช่วงปี 2548-49 ว่า ความจริงจำไม่ได้เลย เพราะเรื่องนี้ผ่านมานานมากแล้ว และไม่รู้เรื่องสินบนซีซีทีวี ทั้งนี้ จากที่ติดตามข่าว ทราบว่ามีการทำสัญญา 2 ครั้ง 30 มีนาคม 49 และกุมภาพันธ์ 52 ดังนั้นกระบวนการทั้งหมดนั้นตนไม่เกี่ยวข้อง เพราะมีการยุบสภาไปตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์แล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายประจำที่จะต้องเข้าไปดูแล โดยในช่วงปี 2552 ที่มีการทำสัญญาอีกรอบ คงต้องตรวจสอบดูว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวในช่วงนั้น และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในวิธีปกติหรือไม่กัน นอกจากนี้ ตนขอสนับสนุนให้สภาประสานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอข้อมูลจากหน่วยงานของสหรัฐที่ออกมาเปิดเผยในเรื่องนี้และระบุชื่อให้ชัดเจน เพราะทราบว่ามีการจ่ายสินบนให้กับที่ปรึกษาของโครงการ ซึ่งตนไม่ทราบว่าเป็นใคร ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียด จะได้เป็นผลดีต่อการทำงาน

นายโภคิน กล่าวว่า ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นกล้องซีซีทีวีมีความจำเป็นในการดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งในยุคนั้นรู้สึกว่าการรักษาความปลอดภัยที่รัฐสภามีลักษณะแปลกๆ เข้มงวดเฉพาะชั้นล่างของอาคารรัฐสภา ตนในฐานะประธานยังได้ขอให้ดำเนินการให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน

เมื่อถามว่า ตอนเป็นประธานเคยได้ยินชื่อบริษัทไทโคหรือไม่ นายโภคิน กล่าวว่า ไม่เคยได้ยิน และไม่แน่ใจว่าต้องถึงประธานสภาเป็นคนอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ อาจจะเป็นระดับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และอยากให้สอบถามเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในยุคนั้น

เมื่อถามถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับแก้กฎหมายเพื่อสะดวกในการประสานข้อมูลกับต่างประเทศหรือไม่นั้น นายโภคิน กล่าวว่า ทางอเมริกาและยุโรปมีกฎหมายห้ามไปให้สินบนในต่างประเทศอยู่แล้ว ซึ่งสามารถขอข้อมูลติดตามได้ เพราะป.ป.ช.ก็เคยประชุม จึงควรใช้องค์กรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงควรประสานป.ป.ช.เพื่อให้ติดตาม ส่วนการขอข้อมูลกับประเทศที่นอกเหนือจากนี้ รวมถึงจีน คงไม่สามารถบังคับได้ เพราะต้องเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนการฟ้องร้ององค์กรที่เปิดเผยข้อมูลหรือไม่ หากผลสอบพบว่าเปิดเผยเรื่องไม่จริงนั้น ตนคิดว่า คนที่เปิดเผยไม่น่าจะเอาข้อมูลไม่จริงมาเปิดเผย หากจะฟ้องต้องไปฟ้องที่อเมริกาเท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าขั้นตอนเป็นไปตามปกติ แต่อาจจะมีใครบางคนฉวยโอกาส อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เป็นข่าว ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยหรือสอบถามนายพิทูร พุ่มหิรัญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในยุคนั้น ซึ่งอยากให้รอตรวจสอบกันก่อน 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน