Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

"พงศพัศ"โต้ข่าวยื้อย้ำสตช.จริงใจหาคนผิดคดีโยกย้าย"จ่าเพียร"

     พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังตา ว่า ภายหลังจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อบกพร่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.-สว.ในพื้นที่ บช.ภ.9 ที่มีพล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ เป็นประธาน โดยได้เสนอว่า พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ภ. 9 และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผบช.ศชต.มีความบกพร่อง และเสนอให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.พิจารณาสั่งการ โดยวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้น ซึ่งกระบวนการตรงนี้ไม่ได้เป็นการยื้อเวลาแต่เป็นการเริ่มต้นการดำเนินการทางวินัย และมอบหมายให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร.(บริหาร) เป็นประธานการสืบสวน โดยมีตัวแทนจากสำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานกำลังพล และสำนักงาน ก.ตร.ซึ่งขณะนี้กองวินัย กำลังประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตามที่ รรท.ผบ.ตร.ได้สั่งการไว้ เพื่อเสนอชื่อบุคคลเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการจากนั้นกองวินัยก็จะเสนอคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ซึ่งจะถือว่าเป็นการเริ่มต้นกระบวนการทางวินัยให้กับ พล.ต.อ.ปทีป ลงนาม คาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถลงนามคำสั่งได้

     อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจะนำข้อมูลที่ พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.สรุปไว้ รวมถึงจะได้ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องและข้อเท็จจริงที่เป็นเอกสารต่างๆ ก่อนนำมาสรุปว่าสิ่งที่คณะกรรมการชุดที่ พล.ต.ท.เอก ได้ชี้ไว้ว่า ผบช.ศชต.ผบช.ภ.9 และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ต้องรับผิดชอบ ที่เสนอ รรท.ผบ.ตร.ไปมีมูลหรือไม่ อย่างไร

      "เรื่องนี้หากคณะกรรมการเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติ แต่หากชี้ว่ามีมูล ก็เป็นไปได้ใน 2 กรณี คือ มีมูลเป็นความผิดวินัยร้ายแรง หรือมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ซึ่งโทษจะต่างกัน ต้องให้เวลาคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้ทำงานก่อน เชื่อว่าไม่นานก็จะทราบว่าการแต่งตั้งโยกย้ายจ่าเพียรบกพร่องตรงจุดไหนอย่างไร มีใครต้องรับผิดชอบบ้าง ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการดำเนินการทางวินัยได้เริ่มดำเนินการมาตลอด คือยืนยันได้ว่าเราจริงใจในการดำเนินการหาคนผิด ไม่ได้ประวิงเวลาหรือทำให้เรื่องล่าช้า" โฆษก ตร.กล่าวย้ำ

     พล.ต.ท.พงศพัศยังกล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ปทีป ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการทั้งหมดที่จะมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะมอบให้กับตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกประเด็นทั้ง 10 ประเด็นที่มีการเสนอมา อาทิ การนับอายุราชการทวีคูณ เบี้ยเลี้ยง กระบวนการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งสิทธิประโยชน์เหล่านี้ ตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเรียกร้องมาเป็นระยะเวลายาวนาน

     ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ สำนักงานกำลังพล และ สำนักงาน ก.ตร.ไปประชุมร่วมกับตัวแทนจาก ศชต.ซึ่งก็ได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และในสัปดาห์หน้า พล.ต.อ.ปทีป จะมีการนัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องโดยจะนำข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้ทั้งหมดมาสรุปร่วมกัน ว่า สิทธิประโยชน์ของข้าราชการตำรวจของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างไร โดยตำรวจหน่วยอื่นที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างไร รวมถึงจะมีการพิจารณากรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปยัง บช.อื่นว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะมีการแยกดำเนินการเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกที่ สตช.สามารถดำเนินการได้เลย เช่นเงินตอบแทนต่างๆ อีกส่วนจะต้องผ่านการเห็นชอบจาก ก.ตร.ซึ่งจะมีการประมวลเรื่องเสนอขึ้นไป เช่น กรณีข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่มานาน มีผลงานโดดเด่น ที่ประสงค์จะเลื่อนเป็นตำรวจสัญญาบัตร


*******************************************

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน