ค้นหา คำต่างๆ คำมาใหม่ มาใหม่ Keyword
หน้าแรก   บันเทิง   กีฬา   เทคโนโลยี   เกมส์   ผู้หญิง   วาไรตี้ 
ค้นหา    เว็บทั่วโลก    ThaiZa       
Hot News
ข่าวสังคม
ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าวการเมือง
ข่างต่างประเทศ
โต๊ะข่าวการเมือง
ThaiZa Service  
 
  แอมเวย์ เจ้าพ่อขายตรง ฉลองครบ 20 ปีทอง ลุย โหมกิจกรรมเพื่อสังคม
นายปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะชะลอตัวต่อเนื่อง และกำลังซื้อในตลาด รวมถึงภาคธุรกิจขายตรงจะหดหาย แต่ยังเชื่อว่าภาพรวมของธุรกิจขายตรงยังเติบโตได้อีก เพราะอุตสาหกรรมค้าปลีกโดยรวมที่มีมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาท เป็นธุรกิจขายตรงไม่ถึง 2% หรือประมาณ 45,000 ล้านบาทของมูลค่าตลาดรวมค้าปลีกเท่านั้น และที่ไต้หวันจำนวนประชากรประมาณ 1 ใน 8 คน ทำธุรกิจขายตรง ซึ่งสูงที่สุดในโลก ขณะที่ประเทศไทยประชากร 1 ใน 20 คน ทำธุรกิจขายตรง แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนนักขายอิสระและทำตลาดขายตรงได้อีกมาก แม้ ปัจจุบันจำนวนนักขายอิสระทั้งอุตสาหกรรม ที่รวมทั้งแอคทีฟและสมัครเพื่อซื้อสินค้าใช้อย่างเดียวทั่วประเทศจะมีถึง 9 ล้านคนก็ตาม

“แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของธุรกิจขายตรง เติบโตต่อเนื่องปีละ 7-10% มาโดยตลอด และปัจจัยที่จะทำให้ตลาดเติบโตมากกว่านี้ คือนวัตกรรมใหม่และสินค้าแปลกใหม่ที่บริษัทขายตรงต่างๆนำเข้ามาทำตลาดเสริมทัพ รวมถึงการขยายการทำงานที่มีผลต่อการขายตรงมากที่สุด”

ธุรกิจขายตรงยังแข็งแกร่ง

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่หลายคนมองว่าภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่หดหาย ส่งผลกระทบกับธุรกิจขายตรงทั้งระบบเป็นอย่างมาก มีหลายบริษัทปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก โดยส่วนตัวแล้วมองว่าบริษัทที่ปิดตัวลง น่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจขายตรงอย่างจริงจัง เพราะพบว่าบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในประเทศไทยมีมากกว่า 300 บริษัท แต่ที่ทำธุรกิจขายตรงจริงๆมีไม่ถึง 200 บริษัท

“สำหรับการเร่งขยายฐานสมาชิกหรือนักขายอิสระของผู้ประกอบการขายตรงในขณะนี้ มากกว่าเน้นขายสินค้าอย่างเดียว เช่น กิฟฟารีน น่าจะเป็นกลยุทธ์การเร่งขยายฐานสมาชิกเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขายมากกว่า ยอมรับว่าปัจจุบันกำลังซื้อในตลาดขายตรงหดหายบ้าง แต่ธุรกิจขายตรงทั่วโลก ยอดขายส่วนใหญ่มาจาก 2 ปัจจัย คือ 1. การขายสินค้า และ 2. การเพิ่มจำนวนสมาชิกหรือนักขายอิสระ แม้ 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจขายตรงทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยจะพยายามรุกทำอี-คอมเมิร์ซ หรือขายสินค้าผ่านช่อทางอินเตอร์เน็ต แต่สุดท้ายการทำธุรกิจขายตรงก็ต้องกลับมาที่เดิม เนื่องจากธุรกิจนี้การขายต้องมีการพบปะพูดคุย แต่นำอี-คอมเมิร์ซมาทำให้การขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

นายปรีชากล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจขายตรง ทำตลาดสินค้าแทบทุกกลุ่มครบวงจร ทั้งเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน เครื่องออกกำลังกาย ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เสื้อผ้า ของเล่นเด็ก และชุดชั้นใน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เหมือนเป็นห้างสรรพสินค้าเคลื่อนที่ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากและตรงความต้องการที่สุด โดยเฉพาะในภาวะที่คนไม่เดินทางออกนอกบ้าน เนื่องจากราคาน้ำมันแพง

แอมเวย์พร้อมสู่ทศวรรษที่ 3

นายปรีชากล่าวว่า ในส่วนของแอมเวย์ปีนี้ที่เข้าสู่ทศวรรษที่ 3 และครบ 20 ปีในการทำธุรกิจในประเทศไทย ตั้งเป้าว่าสิ้นปี 50 รายได้รวมจะแตะ 10,000 ล้านบาท มีจำนวนสมาชิกหรือนักขายอิสระเพิ่มจากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 740,000 รหัสทั่วประเทศ และนับจากนี้อีก 5 ปี รายได้รวมแตะ 20,000 ล้านบาท มีจำนวนสมาชิกหรือนักขายอิสระเพิ่มขึ้น 10-20% เชื่อมั่นว่าทำได้ เพราะการโหมทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท ทำตลาดทุกรูปแบบ รวมถึงออกสินค้านวัตกรรมใหม่ต่อเนื่องในทุกกลุ่มสินค้า และอีก 80 ล้านบาททำโฆษณาส่งเสริมการขายในปีนี้อย่างหนัก ประกอบกับมองว่าภาพรวมของตลาดยังเติบโตได้อีก

“นโยบายการทำตลาดของแอมเวย์ จะไม่เน้นการเพิ่มจำนวนสมาชิกหรือนักขายอิสระเพิ่มขึ้นเหมือนกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ แต่ต้องการสมาชิกขายตรงที่มีคุณภาพ และต้องการเพิ่มยอดการซื้อของนักขายอิสระแต่ละคนมากกว่า โดยปัจจุบันนักขายอิสระมีการซื้อสินค้าเดือนละกว่า 2,000 บาทต่อคน หรือประมาณ 25,000 บาทต่อปี หากทำให้มีการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 5,000 บาท หรือปีละ 50,000 บาทต่อคน ในอีก 5 ปีข้างหน้า ก็จะทำให้ยอดรายได้รวมของบริษัททะลุ 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้ แอมเวย์เป็นแบรนด์ขายตรงที่แข็งแกร่ง ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า ขณะเดียวกัน ด้านผลประกอบการแอม-เวย์ก็ประสบความสำเร็จเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นแผนงานฉลอง 20 ปีในปีนี้จะเน้นกลยุทธ์ผสมผสานแผนงานการตลาดกับกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์แอมเวย์ ควบคู่ไปกับแผนงานฝึกอบรมนักธุรกิจแอมเวย์ ให้เป็นนักบริหารองค์กรที่สามารถวางแผนงานและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”

นายปรีชากล่าวว่า ยอดขายแอมเวย์ทั่วโลกปีนี้ประมาณ 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย 60% ของยอดรายได้รวมทั่วโลกมาจากยอดขายในตลาดเอเชีย 4 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย สำหรับตลาดเมืองไทย ปัจจุบันทำยอดขายเป็นอันดับ 6 ของโลก รองจากจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลี และรัสเซีย เชื่อว่าการทำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยยังมีโอกาสอีกมาก และปีนี้จะเน้นทำตลาดแบบคอน-ซูเมอร์โฟกัส หรือทำตลาดตามความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักมาก “นโยบายการทำตลาดของแอมเวย์ทั่วโลก จะเน้นขยายธุรกิจใหม่ สินค้าใหม่ให้มีมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก”.

ข้อมูลจาก :



 
สาระพัน บันเทิง : ข่าว, บันเทิง, กีฬา, วาไรตี้, เกม, เทคโนโลยี, มือถือ, ผู้หญิง, เล่นเกมออนไลน์, ทีวีออนไลน์, วิทยุออนไลน์, คลิปวีดีโอ, แกลลอรี่ภาพสวย
ชุมชน ออนไลน์ : บล็อก, อัลบั้มรูป, ห้องแชท, เว็บบอร์ดสนทนา, หาเพื่อน-หาแฟน
บริการ ดีดี : ตลาดซื้อขาย, ดูดวง, หางาน, ตรวจผลล็อตเตอรี่, ส่งอีการ์ด, เช็คสภาพอากาศทั่วไทย, ปฏิทินกิจกรรม, โหลดริงโทน โลโก้, อัพโหลดไฟล์
สารบัญ ค้นหา : สารบัญเว็บไทย, คำค้นยอดฮิต, ค้นหาเนื้อเพลง, ค้นหาดารา นักร้อง, ค้นหารอบหนัง, ค้นหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
แนะนำ ติ-ชม ติดต่อ | สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่ หรือ โทร. 02-941-2815 / 2000 - 2007 ThaiZa.com, All rights reserved.