Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

คนร.รับทราบแผนแก้ปัญหาธนาคาร พร้อมเห็นชอบให้ ทีโอที กสท. จัดตั้งบริษัทลูก


คนร.รับทราบแผนแก้ปัญหาธนาคาร พร้อมเห็นชอบให้ ทีโอที กสท. จัดตั้งบริษัทลูก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ในฐานะกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยวันนี้ที่ประชุม คนร. รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. ซึ่งทั้งหมดยังเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ และสามารถบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ธอท. พบว่ามีผลการดำเนินงานที่ล่าช้ากว่าเป้าหมาย ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้เร่งเจรจาพันธมิตรให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2560 ก่อนที่จะมีการเพิ่มทุนให้กับ ธอท.

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาหลังจากนี้ ก็ได้ดำเนินการเหมือนธนาคารทั่วโลก คือต้องแยกเอาหนี้เสียออกมาจาก ธอท. และทำการถ่ายโอนมาที่ธนาคารอิสลามแห่งใหม่ ที่ชื่อว่า ไอแอม ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป ในส่วนของ ธอท. จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยให้บริหารสินทรัพย์ที่ดีต่อไป ซึ่งมีทั้งเงินฝาก และสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ ที่พบว่ายังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง โดย คนร.ได้เน้นย้ำนโยบายเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อประคองให้ ธอท. สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ที่ประชุม คนร. ยังเห็นชอบในหลักการให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทลูก ได้แก่ บริษัท โครงข่ายบรอดแบรนด์แห่งชาติ จำกัด หรือ NBN และให้บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด หรือ NGDC ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาของทั้งสองบริษัทและก้าวสู่ความสามารถในการแข่งขัน โดยการลงความซ้ำซ้อนในการลงทุนระยะยาว

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลฯ กำกับดูแลบริษัททีโอที และ กสท. เพื่อปรับปรุงแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และการจัดตั้งบริษัทลูกข้างต้นให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงได้รับทราบการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน 2,500-3,000 แห่ง ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการช่วงแรกในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะทำให้บริษัททีโอทีประหยัดต้นทุนในโครงการได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

นายเอกนิติ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.  โดยรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. ได้ยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการจัดซื้อรถเอ็นจีวีอีกครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงทีโออาร์และรายละเอียดที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคม

ขณะเดียวกัน ขสมก.ยังมีแผนที่จะซื้อรถไฟฟ้า หรือ อีวี มาใช้ควบคู่กันไปได้ โดยจะเริ่มจัดหารถมาทดลองใช้ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จำนวน 50 คัน และจะทำการจัดซื้อเพิ่มเติมอีกไตรมาสละ 50 คัน โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ ขสมก.พิจารณาการจัดหาจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศเป็นหลัก

ส่วนความคืบหน้าของ ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ ก่อนนำเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน