Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกค้นบ้านผู้สั่งการขนยาเสพติดเครือข่ายกลุ่มค้ายาบ้านผาขาว พร้อมยึดทรัพย์กว่า 10 ล้าน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกค้นบ้านผู้สั่งการขนยาเสพติดเครือข่ายกลุ่มค้ายาบ้านผาขาว พร้อมยึดทรัพย์กว่า 10 ล้าน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 272/152 หมู่ 1 ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พร้อมติดตามจับนายศศิ นามวงษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครอง และ ความผิดตามพระราชบัญญัติสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้ที่จังหวัดอ่างทอง ขณะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร

โดยพันตำรวจเอกอิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
เปิดเผยว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลหลังจับผู้ต้องหารวม 4 คน พร้อมยึดยาบ้าของกลางกว่า 6 แสนเม็ด ได้ที่จังหวัดลพบุรี และตำรวจสืบสวนพบว่านายศศิ เป็นผู้สั่งซื้อยาเสพติดดังกล่าว โดยมีพยานหลักฐานจากผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ที่ถูกจับก่อนหน้านี้ และยังพบการติดต่อของนายศศิที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาด้วย จึงนำตัวนายศศิ เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว

โดยจากการสืบสวนพบว่านายศศิ อยูระดับสั่งการในพื้นที่ของขบวนการค้ายาเสพติด ทำหน้าที่นำมากระจายต่อในพื้นที่ โดยลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือกลุ่มค้ายาบ้านผาขาว และนำเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมาลงทุนทำธุรกิจ ตำรวจจึงได้ขอศาลออกหมายจับพร้อมเข้าตรวจค้นเพื่ออายัดทรัพย์สินของนายศศิไปตรวจสอบ อาทิ รถจักรยานยนต์มูลค่ากว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท ซึ่งมีการตกแต่งอีกกว่า 5 แสนบาท รถเบนซ์ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ร้านขายนมและเครื่องดื่ม รวมทรัพย์สินที่อายัดกว่า 10 ล้านบาท

นอกจากนี้พันตำรวจเอกอิทธิพล เปิดเผยว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นนายศศิ ยอมรับเพียงว่าเคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ปฎิเสธกรณีตำรวจจับผู้ต้องหา 4 คน พร้อมยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ด ส่วนเงินที่นำมาลงทุนทำธุรกิจกับครอบครัว นายศศิอ้างว่าได้มาจากการเล่นการพนันไก่ชน และพนันทุกชนิด รวมถึงรายได้ที่ได้มาจากการปล่อยเงินกู้ให้กับนักพนันโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 บาท

แต่จากการสืบสวนของตำรวจพบว่า นายศศิ มีการลงทุนทำธุรกิจร้านนมประมาณ 3 ปีก่อน และนำกำไรมาขยายธุรกิจโดยนำเงินกว่า 1 ล้านบาท มาลงทุนเปิดร้านขายอาหารด้วย มีรายได้ต่อวันประมาณ 2 ถึง 3 หมื่นบาท รวมมีรายได้ประมาณ 7 แสนบาทต่อเดือน แต่มีรายจ่ายเบื้องต้นอีกกว่า 2 แสนบาท และพบว่าได้นำเงินไปซื้อทรัพย์สินจำนวนมาก โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นครอบครองธุรกิจและทรัพย์สินต่างๆ อ้างว่าตัวเองติดแบล็คลิสเป็นหนี้บัตรเครดิตประมาณ 7 หมื่นบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายรับ ซึ่งจากนี้ตำรวจจะตรวจสอบสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

ขณะที่พ่อตาของนายศศิ ได้เข้ามาที่บ้านพักยืนยันกับตำรวจว่าตัวเองไม่รู้เห็นเกี่ยวกับยาเสพติด และการทำธุรกิจของลูกเขย ส่วนบ้านหลังนี้ที่ตำรวจเข้าตรวจค้นอ้างว่านำเงินจากการขายที่นามาซื้อในราคากว่า 2 ล้านบาท โดยใช้ชื่อลูกสาว

นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ยังได้เข้านำกำลังเข้าตรวจค้นร้านอาหาร รวมถึงร้านนมและเครื่องดื่ม ของนายศศิ รวม 4 จุด

และในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ตำรวจได้เข้าตรวจค้นพร้อมจับผู้ต้องหาอีก 1 คน ซึ่งเป็นการขยายผลมาจากการตรวจยึดยาบ้า กว่า 852,000 เม็ด และเฮโรอีนกว่า 7 กิโลกรัม

สำหรับการปิดล้อม ตรวจค้น และจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับในครั้งนี้ เป็นไปตามแผนปฎิบัติการพิทักษ์ประชา 61/1 ในพื้นที่ภูธรภาค 1 ประกอบด้วยจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งตำรวจสืบสวนพบว่าตั้งแต่ต้นปี 2560 พื้นที่จังหวัดดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดที่นำยาเสพติดมาพักคอย ก่อนกระจายไปยังพื้นที่ภาคกลาง และส่งออกไปทางภาคใต้ โดยมีจุดหมายประเทศที่ 3 พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด /ตำรวจสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 / ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ทำการสืบสวนการข่าวก่อนเข้าปิดล้อมพื้นที่ชุมชนเสี่ยงซึ่งเป็นจุดแพร่ระบาดยาเสพติด และจุดพักคอย ตามปฎิบัติการพิทักษ์ประชา 61/1 รวม กว่า 100 จุด
โดยเริ่มปฎิบัติการตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 15 ตุลาคม

และในวันนี้เวลาประมาณ 13.00น. จะมีการแถลงผลปฎิบัติการพิทักษ์ประชา 61/1 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีรายงานว่าพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันแถลงข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน