Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯจำเป็น ออกกฎคุมสื่อ เพื่อรักษามาตรฐานจรรยาบรรณ พร้อมยันปรองดองกับทุกส่วน

นายกฯจำเป็น ออกกฎคุมสื่อ เพื่อรักษามาตรฐานจรรยาบรรณ พร้อมยันปรองดองทุกส่วนไม่ใช่่แค่การเมือง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยืนยันความจำเป็นในการตราร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน เพื่อจัดทำมาตรฐานวิชาชีพสื่อ
และเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปสื่อ โดยปฏิเสธเจตนาในการเข้าแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน ผ่านสภาองค์กรวิชาชีพสื่อ ซึ่งมีกรรมการจำนวน 13 คน เนื่องจากในจำนวนนี้ มีข้าราชการในระดับปลัดกระทรวงเพียง 4 คน ซึ่งการจะมีมติใดๆจะต้องอาศัยเสียงข้างมากยันปรองดอง ไม่ใช่แค่การเมือง ทำทุกส่วน ขออย่าเร่งรัด เพราะต้องใช้เวลา

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงการดำเนินการตรวจสอบนายสุพัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ขโมยภาพวาดจากโรงแรมที่พักในประเทศญี่ปุ่น ตามขั้นตอนของระเบียบราชการ
โดยกระทรวงพาณิชย์จะตรวจสอบผ่านคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อกำหนดบทลงโทษ ซึ่งหากผลสรุปพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็ต้องได้รับโทษ โดยไม่มีข้อยกเว้น โดยจะไม่มีการปกป้องอย่างเด็ดขาด

อีกทั้งยืนยันว่า การประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เช้าวันนี้ไม่ได้มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาในองค์กรตำรวจ แต่เป็นการหารือว่าจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 หรือไม่
ในการสร้างความไว้วางใจในการทำหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะการลดข้อครหาเกี่ยวกับระบบอุปถัมป์ หรือ การซื้อขายตำแหน่ง รวมถึงการพิจารณาแนวทางให้มีคณะกรรมการ หรือ บอร์ด พิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นลำดับชั้น เนื่องจากการให้รองนายกรัฐมนตรีพิจารณาทั้งหมด
เป็นภาระงานที่หนักเกินไป

ต่อมาได้กล่าวถึง สิ่งที่จะเห็นจากการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. ภายใน 1 ปี ว่า
ตนเองได้สั่งการอย่างชัดเจนถึงการทำงานของทุกคณะ ที่มีทั้งในส่วนงานฟังชั่น เช่น ปัญหา อุปสรรคของแต่ละหน่วยงานที่ต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ อีกส่วนคืองานบูรณาการ ของทุกหน่วยงาน ในการแก้ปัญหาแต่ละเรื่อง รวมถึงต้องสอดคล้องกับยุทธศาตร์ชาติที่มี 6 กลุ่มงานครอบคลุม
ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดูแลสิ่งแวดล้อมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ขณะที่คณะกรรมการของสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี หรือ PMDU ก็จะทำหน้าที่ติดตามการดำเนินงานในด้านต่างๆ

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การสร้างความปรองดองจะไม่มองเฉพาะเรื่องของการเมือง แต่ต้องปรองดองทุกเรื่อง ทั้งความขัดแย้งจากการบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ปัญหาความยากจน แต่ทั้งนี้ย้ำว่า
การพูดคุยเพื่อสร้างความปรองดองไม่สามารถบังคับใครได้ ทุกคนต้องยินยอมพร้อมใจกัน ที่สำคัญการพูดคุยเพียงครั้งเดียวก็ไม่อาจได้ข้อยุติ จึงต้องใช้เวลาและพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกัน ดังนั้นไม่ควรมาเร่งรัด ข่าว 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน