Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯตั้งเป้า เป็นรัฐบาล ดิจิทัลใน 5 ปี พร้อมยันไม่ได้ออก ม.44 พร่ำเพื่อ

นายกฯตั้งเป้า เป็นรัฐบาล ดิจิทัลใน 5 ปี พร้อมยันไม่ได้ออก ม.44 พร่ำเพื่อ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา "วิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัลประเทศไทย Thailand Digital Government Vision 2017 – 2021"และเป็นประธานลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคคลากรภาครัฐ เพื่อให้มีความรู้ และทักษะในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีจากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรอบรู้ และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ ไทยแลนด์ 4.0

จากนั้นปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ รัฐบาลดิจิทัล กุญแจสู่ประเทศไทย 4.0 Digital government the key success to Thailand 4.0 และแถลงวิสัยทัศน์ ระบุว่า ขอบคุณสำหรับความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมา และจากนี้จะร่วมกันทำให้ประเทศก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เพราะปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นประเทศไทยก็จำเป็นต้องเดินหน้าโดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ทุกด้าน เช่น ภาคการเกษตร ท่องเที่ยว การศึกษา การลงทุน เป็นต้น ดังนั้นภาครัฐ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทัน มีประสิทธิ รวดเร็ว ยกระดับกับการบริหารจัดการภาครัฐให้มีความก้าวหน้า โดยตั้งเป้าเป็นรัฐบาลดิจิตอลใน อีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันควบคู่ไปกับการลดความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจของประชาชน เพราะไม่เช่นนั้นการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศจะติดขัดไปหมด

สำหรับเรื่องเทคโนโลยีดิจิตอล ตนไม่ได้มีความรู้ในเรื่องดิจิตอลมากเป็นเพียงเบบี้บูมเมอร์ แต่สามารถที่จะสั่งงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพราะต้องเรียนรู้ ทั้งนี้ส่วนตัวมีโทรศัพท์หลายเครื่อง แต่มีอยู่หนึ่งเครื่องที่ใช้รับอย่างเดียว ก็มีคนโทรมาด่า แต่ผมก็รับฟัง แต่ใช่ว่าการเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนสาธารณะแล้ว จะด่าได้ตลอด เพราะหากจะด่า ก็ขอให้มีเหตุผลบ้าง

นายกรัฐมนตรี ระบุ ทุกการทำงานต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ วันนี้มีเพจ หมาเฝ้าบ้าน หรือ วอชด๊อก ออกมาเปิดเผยข้อมูลตนก็พร้อมรับฟังมาแก้ไขปัญหา และให้รัฐบาลระมัดระวัง แต่ขออย่าบิดเบือนซึ่งตนไม่เคยตั้งใจทะเลาะกับใคร แต่ยอมรับมีเผลอบ้าง เพราะเป็นมนุษย์ปถุชนคนธรรมดา ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ผู้บัญชาการทหารบก ต้องรู้เรื่องพลเรือน ซึ่งไม่ใช่รู้เพื่อปฏิวัติ แต่เพื่อจะช่วยเหลือ ให้ถูกต้องความต้องการ แต่หากเมื่อไหร่ประเทศมีปัญหาก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรือทำ ที่ผ่านมากองทัพก็เป็นหลักการรัฐบาลในการให้ความช่วยประชาชนอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า ไม่ได้เคยชินกับการใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาตามที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสม และใช้มากที่สุดในการบูรณาการการทำงาน แก้ไขปัญหาอุปสรรคที่ติดขัด หรือ กรณีที่กฎหมายปกติไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพื่อให้เรื่องนั้นๆเดินหน้าไปได้ แต่ในด้านความมั่นคงไม่ได้ใช้มาก ขณะเดียวกันขออย่าโทษกฎหมาย ให้โทษคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันลดความขัดแย้ง ลดปัญหา ไม่ใช่คล้อยตามเหมือนการดูมวยที่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะน็อคเอ้าวันไหน เพราะเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ ควรปล่อยให้เขาได้ทำตามแผนที่วางไว้ พร้อมยืนยันรัฐบาลรับผิดชอบในทุกเรื่อง

นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณีที่กรมการขนส่งทางบก จะเสนอรัฐบาลให้ใช้มาตรา 44 ดำเนินการกับรถสาธารณะที่ผิดกฎหมายทั้งอูเบอร์แท็กซี่และรถตู้โดยสาร รวมถึงการเข้าหารือของพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ว่าเป็นการหารือกรณีวัดพระธรรมกายหรือไม่

ต่อมา พันเอกหญิงทักษดา สังขจันทร์ รองโฆษกประจำสักนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี ห้แจ้งสื่อมวลชนว่า ผู้บัญชาการทหารบกมาพบเพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามวงรอบ และ รายงานภารกิจ ที่ผู้บัญชาการทหารบกรับผิดชอบ ทั้งภัยแล้ง ปัญหาหมอกควัน และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในเรื่องต่างๆ ไม่ได้มารายงานเรื่องวัดพระธรรมกาย เพราะเป็นหน้าที่หลักของกรมสอบสวนคีดพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ตำรวจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน