Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯลงสตูล เปิดเน็ตประชารัฐ มอบอุปกรณ์กีฬา และเปิดโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ

นายกฯลงสตูล เปิดเน็ตประชารัฐ มอบอุปกรณ์กีฬา และเปิดโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดให้บริการเน็ตประชารัฐ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล จังหวัดสตูล เพื่อเปิดพิธีส่งมอบเน็ตประชารัฐจังหวัดสตูล โดยรับฟังกล่าวรายงานจาก นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และชมวีดีทัศน์ความเป็นมาของโครงการเน็ตประชารัฐ ขณะที่ ผู้นำชุมชน / ปราชญ์ชาวบ้าน พูดคุยถึงการใช้เน็ตประชารัฐผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยัง 5 ภูมิภาค 5 จังหวัด ณ จุดติดตั้งของแต่ละหมู่บ้านในจังหวัดราชบุรี พะเยา หนองคาย สระแก้ว และกระบี่ และมอบ Wi-fi ให้แก่นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและผู้แทนประชาชนในพื้นที่

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับประชาชน กล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับว่า เป็นครั้งแรกที่มาจังหวัดสตูล และ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาเยือนจังหวัดนี้ จึงขอให้ชาวสตูล เลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เป็นคนที่ไปทุกจังหวัด การพัฒนาจะได้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ที่ทุกคนต้องร่วมกันในการพัฒนา แต่เรื่องภัยธรรมชาติ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนา ดังนั้นคนในชุมชนจึงต้องศึกษาภัยธรรมชาติ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพวะอากาศของโลก รวมถึงปัญหาอื่นๆในพื้นที่ทั้งปัญหา เกษตร การบริหารจัดการน้ำ ปัญหาขยะ ซึ่งคนในชุมชนต้อง ช่วยกันคิดและ นำปัญหาต่างๆที่เป็นปัญหาใหญ่มา จัดเวทีพูดคุยประชาคมเพื่อร่วมกันในการแก้ปัญหา ซึ่งนอกจากช่วยรัฐบาลแล้วยังเป็นแนวทางการบริหารจัดการตนเองได้อย่างดี

ในส่วนของการทำประมง ต้องทำตามกฎกติกา ประเทศคู่ค้าหากยังคงฝ่าฝืนจะทำให้ประมงไทยไม่สามารถส่งออกได้ เช่นเดียวกับด้านการค้าที่ปฏิบัติตามกติกาของ WTO /FTP /อาเซ็ม ที่ไทยมีความร่วมมือกันอยู่ สำหรับโครงการเน็ตประชารัฐที่รัฐบาลเร่งส่งเสริม เปิดเน็ตประชารัฐ ทุกหมู่บ้านในปี 2561 จึงขอให้ชุมชน ศึกษาเรียนรู้ในการใช้เน็ตประชารัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะด้านการศึกษาอยากให้มีการเรียนการสอน 2 ภาษา ขณะเดียวกันอย่าดูถูกประเทศไทยว่าไม่สามารถเข้าสู่ไทยแลนด์ 0.4 ได้ โดยขอให้เข้าใจด้วยว่าทุกอย่างอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง พร้อมยอมรับประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ดีที่สุด แต่ต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่การบังคับ โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสร้างความเท่าเทียม ขอประชาชนอย่ายอมให้ใครบิดเบือน หรือ ชี้นำ และ ถ้าคิดจะต่อต้านรัฐบาลโดยไม่มีข้อมูลเพียงพอ จะทำให้เกิดปัญหามากขึ้น รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องช่วยชี้แจงสร้างความเข้าใจ ถึงผลได้ผลเสีย ให้ครบทุกด้าน สำหรับโครงการ.9101 ไม่ได้ปฏิเสธว่าทุจริตหรือไม่ทุจริต โดยได้ มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยไปศูนย์สอบแล้ว ส่วนปัญหาการท่องท่องเที่ยวเกาะลังกาวีหลีเป๊ะรวมถึงการสร้างท่าเรือปากบารา ให้คนในพื้นที่ช่วยคิดและหาทางออก รวมถึงปัญหาการสร้างโรงไฟฟ้าด้วย เพราะ บ้านไม่อยากบังคับขอให้พูดคุยกันด้วยความเข้าใจ ในส่วนของรัฐบาลจะดูแลการดำเนินงานไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบถุงยังชีพ ให้แก่ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้แทนผู้ประสบภัยน้ำท่วมและมอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านราไว อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ก่อนเยี่ยมชมร้านค้าชุมชนที่ใช้เน็ตประชารัฐ

นายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่สถานีเคเบิ้ลใต้นำปากบารา อำเภอละงู เพื่อเปิดการใช้งาน พร้อมกับย้ำ โครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ เกิดขึ้นเพราะมีการ เสนอให้พิจารณาในสมัยที่เป็น หน.คสช.ปี 2557เห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์จึงได้อนุมัติให้ทำ และอยากให้มีการขยายโครงการเคเบิลใต้น้ำโดยจัดทำเป็นแผนระยะยาว สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ขอให้สร้างความเข้าใจและให้ความรู้กับกลุ่ม ngo และประชาชนในพื้นที่ ที่ลกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตท้องถิ่น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทำงานภายหลัง โดยการสร้างความเข้าใจต้องทำก่อนที่จะเริ่มก่อนการทำประชาพิจารณ์

โครงการระบบเคเบิลใต้น้ำ เป็นเส้นแรกที่ทำให้ไทยมีวงจรเชื่อมต่อโดยตรงไปยังประเทศที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่สำคัญของโลกไปยังประเทศอื่น ๆ ช่วยเสริมศักยภาพให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตของภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมสถานีและห้องปฏิบัติการทำงานของเคเบิ้ล พร้อมสอบถามระบบการทำงาน ก่อนออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าม ตามกำหนดการนายกรัฐมนตรี ต้องขึ้น ฮ.จาก อำเภอละงู จังหวัดสตูล ไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ต้องเปลี่ยนมานั่งรถยนต์ แทน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ขณะที่นั่ง ฮ.ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี มีเฆมมาก อีกทั้งตลอดช่วงภารกิจมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเดินทางกลับกรุงเทพมหานครของนายกรัฐมนตรี ต้องล่าช้าออกไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน