Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯ บินลงพื้นที่ จ.สตูล เปิดสถานีเคเบิ้ลใต้น้ำปากบารา

นายกฯ บินลงพื้นที่ จ.สตูล เปิดสถานีเคเบิ้ลใต้น้ำปากบารา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.พร้อมด้วยพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และพล.อ.นายพิเชฐ ดุรงควิบูลเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 56 ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา และเดินทางต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังที่ว่าการอำเภอละงู อ.ละงู จ.สตูล เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สตูล จากนั้นได้เดินทางโดยรถยนต์ไปยังอาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาลัยเขตสตูล ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

โดยนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการทำพิธีส่งมอบเน็ตประชารัฐจ.สตูล และWeb Conference ไปยัง 5 ภูมิภาค ใน 5 จังหวัด ณ จุดติดตั้งของแต่ละหมู่บ้านในจ.ราชบุรี พะเยา หนองคาย สระแก้ว และกระบี่ และส่งมอบ Wi Fi ให้แก่ผู้แทนประชาชนในพื้นที่ จากนั้นนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการพบปะประชาชน ที่มาให้การต้อนรับ และทำการมอบถุงยังชีพ ให้แก่ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้แทนผู้ประสบภัยน้ำท่วม และมอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านราไว อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล พร้อมเยี่ยมชมร้านค้าชุมชนที่ใช้เน็ตประชารัฐ และการนำเสนอศักยภาพโดยรวมของจ.สตูล

จากนั้น นายกฯและคณะ จะออกเดินทางไปยังสถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล เพื่อเป็นประธานเปิดใช้บริการสถานีเคเบิลใต้น้ำปากบารา และเยี่ยมชมสถานี ก่อนออกเดินทางกลับไปยังที่ว่าการอำเภอละงู หลังจากเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์กลับไปยังกองบิน 56 จ.สงขลาก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯในช่วงเย็นวันเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานีเคเบิ้ลใต้น้ำปากบารา จ.สตูล เป็นโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำ Asia-Africa-Europe 1 (AAE-1) รวมระยะทาง 25,000 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป เสมือนเป็น land bridge ทางด้านโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ที่ช่วยลดระยะทางการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างเอเชียและยุโรป โดยระบบ AAE-1 เป็นระบบเคเบิลใต้น้ำที่มีระยะเวลาในการส่งข้อมูลระหว่างเอเชียตะวันออกและยุโรปต่ำสุด และยังเป็นระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นแรกที่ทำให้ประเทศไทยมีวงจรเชื่อมต่อโดยตรงไปยังประเทศที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Hub) ที่สำคัญของโลกไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป รวม 17 ประเทศ ซึ่งจะสามารถช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและจะส่งผลให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน