Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

นายกฯ แจงแผนยุทธศาสตร์ ยึดหลัก “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตามร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี

นายกฯ แจงแผนยุทธศาสตร์ ยึดหลัก “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตามร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงข่าวเปิดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ตอนหนึ่งว่า ร่างดังกล่าวที่เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติในได้จัดทำขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตามร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง และยังคงยึดหลักการสำคัญสองประการ คือ น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานไว้ให้แก่ปวงชนชาวไทย มาเป็นแนวทางในการกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณที่สมเหตุสมผล

      โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดำเนินการตามแนว นโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการพัฒนาประเทศ และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ควบคู่กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) และนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2558 – 2564)
 
     สำหรับยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดไว้จำนวน 6 ยุทธศาสตร์  คือ

      1.ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย ไว้ทั้งสิ้น 2.7 แสนล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ  สร้างความปรองดองและสมานฉันท์  ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้  จัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด  ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านความมั่นคง  รักษาความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศ 

      2. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ 4.7 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ  ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  พัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ  พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก พัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์และ พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล วิจัยและนวัตกรรม สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการ
 
      3. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ 5.7 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย  ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต   พัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

      4 ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ  และสร้างการเติบโตจากภายใน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย ไว้ 3.3 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และชุมชนเข้มแข็ง   พัฒนาระบบประกันสุขภาพสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ และ ส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 
     5. ด้านการจัดการน้ำและสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อจัดการปัญหาที่ดินทำกิน บริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ 7.8 แสนล้านบาท เพื่อป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ปฏิรูปกฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรม อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

      นอกจากนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ 3.3 แสนล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน