Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

พรเพชร สั่งตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริง สินบนกล้องซีซีทีวีสภา

พรเพชร สั่งตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริง สินบนกล้องซีซีทีวีสภา

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ระบุว่ามีการจ่ายสินบนแก่บุคคลที่อ้างตัวเป็นที่ปรึกษาในโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซีซีทีวี ในรัฐสภาไทย ว่า โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวีภายในอาคารรัฐสภามี 2 ช่วงคือ โครงการที่เกิดขึ้นในปี 2548 วงเงิน 29 ล้านบาท และ โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวีที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2550 - 2552 ซึ่งประมูลได้ในราคาเกือบ 27 ล้านบาท โดยทำสัญญาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552

ทั้งนี้ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรายงานว่า โครงการดังกล่าวเป็นการประมูลจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการ มีการประกวดราคา มีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบวิธีปฏิบัติตามขั้นตอนปกติ
ไม่มีสิ่งใดผิดปกติตามที่กล่าวหา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ดำเนินการอย่างถูกต้องโปร่งใสจริง

ส่วนการที่นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนโดยระบุว่า ในปี 2548 ไม่ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจริง ในฐานะที่ตัวเองเป็นประธาน สนช. ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากนายวัชระกล่าวว่าไม่ได้มีการติดตั้งกล้อง ซีซีทีวีจริงก็ให้ยืนยันข้อมูลมา ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบว่ามีการติดตั้งหรือไม่และติดตั้งในบริเวณใดบ้าง


ส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า มีการจ่ายสินบนแก่บุคคลที่อ้างตัวเป็นที่ปรึกษานั้น ขอยืนยันว่าตำแหน่งที่ปรึกษารัฐสภานั้นไม่มี แต่ก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ภายในวันนี้(31 ม.ค.) ซึ่งจะพยายามให้การสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วว่ามีการจ่ายสินบนจริงหรือไม่ โดยหากพบการทุจริตในส่วนของข้าราชการก็จะตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัย แต่หากเป็นข้าราชการที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว ก็ยังสามารถเอาผิดได้ แต่หากเป็นบุคคลภายนอกก็ต้องส่งเรื่องต่อให้กับ ป.ป.ช. หรือแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป แต่ในขณะนี้ยืนยันได้ว่า โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวีทั้ง 2 โครงการนั้นมีเกิดขึ้นจริง


ทั้งนี้ ในข้อกล่าวหาตามที่กล่าวอ้างก็ต้องไปหาข้อมูลว่ามีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งต้องให้ทางผู้ที่เปิดเผยข้อมูลได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้างเพื่อจะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ โดยทางสภาผู้แทนราษฎรจะประสานงานในการขอข้อมูลกับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และ สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ซึ่งหากทาง ป.ป.ช. หรือ สตง. เพื่ือให้ขอข้อมูลในเรื่องดังกล่าวกับทางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เนื่องจากหน่วยงานที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน อาจมีข้อจำกัดในการขอข้อมูลตามสนธิสัญญาความตกลงในการดำเนินคดีอาญาระหว่างประเทศ ข่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน