Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ย้อนตำนาน "บุญเพ็ง หีบเหล็ก" นักโทษตัดหัวคนสุดท้ายของสยาม กับคดีสุดเหี้ยมโหด

 

ย้อนตำนาน "บุญเพ็ง หีบเหล็ก" นักโทษตัดหัวคนสุดท้ายของสยาม กับคดีสุดเหี้ยมโหด

ถือได้ว่าเป็นเรื่องจริงสุดสยองขวัญที่นำมาทำเป็นหนังให้ได้ชมกันหลายต่อหลายครั้ง สำหรับ "บุญเพ็ง หีบเหล็ก" ฆาตกรสุดโหด ที่โดนโทษประหารชีวิตด้วยการตัดคอเป็นคนสุดท้าย ! ทั้งนี้ ไม่ว่าจะนำเรื่องราวของ "บุญเพ็ง หีบเหล็ก" มาสร้างกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็มักเรียกความสนใจจากผู้คนเสมอ นั่นก็เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงอันแสนโหดเหี้ยมของชายคนหนึ่งที่ปลิดชีพหญิงสาวพร้อมกับเอาศพใส่หีบถ่วงน้ำทุกศพ แถมยังมีคาถาอาคมลึกลับ ที่ทำให้เพชฌฆาตตัดหัวเขาไม่ขาด เป็นเพราะอะไรนั้น ตามมาหาคำตอบได้จากเรื่องราวของ บุญเพ็ง หีบเหล็ก

     สำหรับ "บุญเพ็ง หีบเหล็ก" นั้น เป็นฉายาของ นายบุญเพ็ง ฆาตกรสุดเหี้ยมโหดในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยนายบุญเพ็งเกิดที่เมืองท่าอุเทน มณฑลอุดร และได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยอาศัยอยู่กับตาสุกและยายเพียร

     เดิมทีนายบุญเพ็งเป็นพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองนนทบุรี และมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่เป็นผู้หญิงร่ำรวย ซึ่งบุญเพ็งได้ใช้วิชาอาคมด้วยการทำเมตตามหานิยมให้กับผู้หญิงที่หลงเชื่อ ด้วยการหลอกล่อเอาเงินและมีเพศสัมพันธ์กับสีกาที่มาให้บุญเพ็งทำเสน่ห์ ในช่วงนั้น บุญเพ็งมีสีกาติดพันค่อนข้างเยอะ มีเข้าไปหาตอนกลางคืนและนั่งคุยจนดึกดื่น ซึ่งผู้หญิงเหล่านั้น ต่างก็ตกเป็นทาสสวาทของบุญเพ็งแทบทุกราย และนานวันเข้าก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้หญิงที่ไปติดพันบุญเพ็งค่อย ๆ หายตัวไปอย่างลึกลับ พร้อมหีบเหล็กที่หายไปทีละใบ..ทีละใบ.. ส่วนสาเหตุที่บุญเพ็งต้องลงมือฆ่าสีกาเหล่านั้น บ้างก็ว่ากันว่า เป็นเพราะหวังทรัพย์สมบัติ รวมไปถึงเล่นบทรักกับเหล่าสีกาอย่างซาดิสต์ ทารุณ และทรมานร่างกายจนขาดใจตาย หลังจากนั้นบุญเพ็งก็ใช้มีดสับศพเป็นท่อน ๆ ก่อนที่จะนำศพยัดใส่หีบเหล็กและนำไปทิ้งลงคลองย่านบางลำภูเพื่อทำลายหลักฐาน สำหรับศพสุดท้ายที่บุญเพ็งลงมือฆ่านั้น เป็นคุณนายที่ถูกสามีทอดทิ้ง ซึ่งคุณนายกับบุญเพ็งเสพสมกันเป็นประจำ จนกระทั่งคุณนายเกิดตั้งท้องและร้องให้บุญเพ็งรับผิดชอบ แต่บุญเพ็งก็ไม่พอใจจึงคิดฆ่าคุณนายเหมือนกับฆ่าหญิงคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา นี่จึงเป็นที่มาของฉายา "บุญเพ็ง หีบเหล็ก"

      หลังจากนั้น ชาวบ้านก็เริ่มระแคะระคาย ด้านบุญเพ็งจึงหลบหนีไปบวชที่วัดแถวอยุธยา แต่ก็ต้องสึกออกมาเพราะต้องการแต่งงานกับหญิงที่หมายปอง ซึ่งในวันแต่งงานนั้นเอง ตำรวจก็ได้ล้อมจับกุมบุญเพ็งในข้อหาฆ่าคนตาย เนื่องจากพบหลักฐานหลังชาวบ้านไปทอดแหและเจอหีบ 7 ใบ ซึ่งมีซากศพถูกหั่นเป็นท่อน ๆ บุญเพ็งจึงต้องโทษประหารชีวิต ด้วยการตัดคอเป็นคนสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2462 โดยในช่วงประหารบุญเพ็งนั้น มีผู้คนมากมายมาดูการประหารชีวิต แต่ว่าไม่มีญาติของบุญเพ็งเลยสักคน

    

     และมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ในตอนแรกขณะที่ประหารเพชฌฆาตไม่สามารถตัดคอบุญเพ็งได้เนื่องจากความแก่กล้าในคาถาอาคม ต่อมาเพชฌฆาตก็เอาพระขว้างทิ้งไปในกอไผ่ พร้อมกับรำดาบใหม่อีกครั้ง คราวนี้เมื่อฟันดาบลงไปที่คอ เลือดก็พุ่งกระฉูด หัวกระเด็นตกพื้น สิ้นใจในที่สุด อย่างไรก็ตาม ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบุญเพ็งอีกกระแสหนึ่ง โดยบอกว่า บุญเพ็งไม่ได้ลงมือฆ่าหญิงสาว 7 ศพ แล้วยัดลงหีบถ่วงน้ำทั้งหมด แต่แท้จริงแล้ว บุญเพ็ง ฆ่าเพียง 2 ศพเท่านั้น เป็นชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน อีกทั้งการลงมือฆ่าผู้ชาย บุญเพ็งไม่ได้ลงมือคนเดียว แต่ร่วมมือกับนายจรัญ ลูกน้อง เพื่อฆ่าชิงทรัพย์

      โดยศพแรกที่บุญเพ็งฆ่า เป็นพ่อค้าเพชรพลอยชื่อ "นายล้อม" โดยบุญเพ็งกับลูกน้อง ได้ทำการหั่นศพนายล้อมที่วัดสุทัศน์ เพื่อยัดลงหีบและนำใส่รถเจ๊กมาทิ้งไว้ที่คลองบางลำพู... ทั้งนี้ที่ฆ่าก็เพื่อหวังชิงทรัพย์เท่านั้น ขณะที่ศพที่สอง บุญเพ็งได้ร่วมมือกับ พระเจริญ และนายจรัญ รวมเป็นสามคน ลงมือฆ่า "นางปริก" ภรรยาขุนสิทธิคดี ซึ่งเป็นคนรวย ส่วนสาเหตุที่ลงมือฆ่านั้น เนื่องมาจาก นางปริกเป็นคู่ขากับบุญเพ็งสมสู่กันเป็นประจำ จนกระทั่งนางปริกตั้งท้อง จึงเรียกร้องให้บุญเพ็งรับผิดชอบ ด้านบุญเพ็งจึงคิดแผนการลงมือฆ่านางปริกในที่สุด ต่อมาชาวบ้านย่านวัดไทรม้า จังหวัดนนทบุรี คนหนึ่งได้พบหีบเหล็กใบหนึ่งลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด จึงช่วยกับชาวบ้านอีกคนเพื่อลากหีบขึ้นมาเปิด และเมื่อเปิดหีบเป็นต้องผงะ เนื่องจากในหีบนั้นมีศพหญิงสาวถูกมัดมือมัดเท้าในท่านั่งยอง ๆ ยัดใส่อยู่ในหีบพร้อมมุ้งคลุมศพและก้อนอิฐถ่วงหีบอีก 8 ก้อน

       โดยก่อนหน้านี้ แม่ของนางปริกได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า นางปริกลูกสาว แต่งตัวสวยไปงานจิตรลดา ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ซึ่งก่อนออกจากบ้าน นางปริกได้รับจดหมายจากบุญเพ็งว่าให้ไปรับสร้อยที่บุญเพ็งยืมไป หลังจากนั้นก็นางปริกก็หายตัวไป จนมาพบศพถูกห่วงในหีบดังกล่าว และหลังจากนั้น บุญเพ็งก็ถูกตำรวจจับได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น

      สำหรับศพบุญเพ็ง หีบเหล็ก นั้น ทำพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดภาษี เขตวัฒนา ริมคลองแสนแสบ ปัจจุบัน มีศาลบุญเพ็ง ซึ่งบุคคลในวัดจะเรียกบุญเพ็งว่า "ลุงบุญเพ็ง" และยังเชื่อว่าหีบเหล็กทั้ง 7 ใบนั้นถูกฝังอยู่ใต้ศาลของบุญเพ็งที่วัด และเรื่องราวของเขาก็ถูกเล่าต่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า... เนื่องจากเป็นฆาตกรที่โหดเหี้ยมที่สุดในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้

 Cr:FBผู้ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน