Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ลุงสูงสรร ยันเสียงแข็งชนหมาตายไม่ผิด ลั่น ! มันคือ บาปบริสุทธิ์ ขอสู้เพื่อคนไม่ใช่เพื่อหมา



โหนกระแส” วันนี้เป็นเรื่องราวของคลิปที่น้องหมาได้ถูกรถกระบะคันนึงชนเสียชีวิต ทำเอาคุณลุงที่ที่ขับรถโดนรุมประณามจากคนที่รักสุนัข วิจารณ์กันแซ่ดว่า แต่คุณลุงก็ถามกลับว่า ทำไมปล่อยหมามาอยู่กลางถนน และขอสู้คดีความในชั้นศาลเท่านั้น วันนี้ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกรรายการ “โหนกระแส”  ซึ่งผลิตในนาม บริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวัน จันทร์-พฤหัส เวลา 20.30-21.00 น. ทาง ช่อง 28 เปิดพื้นที่ให้ทั้ง 2 ฝ่าย คือ “ลุงสูงสรร ปิ่นเป่า” ผู้ที่ขับรถชนสุนัขเสียชีวิต และ “คุณสิรินทรา กีรติกัญญารัชต์ (เกรส) เจ้าหน้าที่มูลนิธิเดอะวอยซ์ สรรพเสียง เพื่อสรรพสัตว์ มาพูดคุย

ดูคลิปที่เกิดขึ้นแล้ว ลุงจะอธิบายยังไง
ลุง “ตรงนั้นเป็นแยกสีแยกเขียวแดง แล้วมีป้อมยามกว้างประมาณ 3 เมตรกว่า 2 อีกอย่างข้างทางก็จะมีมอเตอร์ไซด์จอดอยู่ 50-60 คัน มีแม่ค้าออกมาขายของล้ำเส้นริมฟุตบาท ถนนมีอยู่นิดเดียว ถ้าพื้นเต็มแบบไม่มีอะไรนะ ก็จะกว้างประมาณ 5 เมตร 80 เซ็นติเมตร มอเตอร์ไซด์กินที่ไปแล้วซ้ายขวาก็ไม่ถึง 4 เมตร”

ลุงขับมาเร็วมั้ย
ลุง “จะขับมาเร็วได้ยังไง  ให้ใครเก่งก็ขับไม่ได้ ผมอายุ 70 แล้วครับ สายตาก็พอใช้ได้ ไม่ใส่แว่น กลางคืนก็มองเห็นแต่ไม่ 100 เปอร์เซ็น”

ผมถามว่ารถขับมาไม่เร็ว ข้างหน้ามีสุนัขนั่งอยู่ลุงไม่เห็นเหรอ
ลุง “อย่างนี้นะครับ ระหว่างรถที่ผมจะผ่านตรงนั้น ซ้ายมือมีเซเว่น มีพื้นสูงเต็ม 50-60 เซ็นติเมตรได้ ดังนั้นคนจะลงมาจากเซเว่นต้องมองสูงกว่าปกติด้วย ตาซ้ายก็มองข้างซ้ายก่อน เวลาจะมองข้างขวาก็มีมอเตอร์ไซด์เราก็ต้องมองต่ำด้วย มองคนที่ค่อมมอเตอร์ไซด์ด้วยว่า เขาจะถอยมาหรือเปล่า แล้วรถก็จอดไม่เสมอกัน ถ้าชนคันไหนล้มก็จะล้มเป็นแถว เราก็ต้องมองต่ำแล้วทีนี้ ด้วยทัศวิสัยของบริเวณนั้นมองแทบไม่เห็น”

ลุงรู้มั้ยว่าทับสุนัข
ลุง “ไม่รู้ พอผมผ่านไปก็ไปจอดตรงที่เคยจอดซึ่งห่างจากตรงนั้นประมาณ 60 เมตร ผมก็ไปบริหารร่างกาย เดินไว 1 กิโลฯ ก็กลับมาที่รถ พอกลับมาก็มีวัยรุ่น 2 คน ฆ่าแล้วค่อยคุย ด่าและเลย ด่าจนฟังไม่ได้ก็เกิดการโต้เถียงกันขึ้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าพูดประมาณว่าไม่รู้ไปเหยียบลูกหมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่าจะเป็นอย่างนั้น เขาก็บอกว่าหมาตัวใหญ่ เราก็คิดว่าทำไมเราไม่รู้สึก แต่ตะกี้มีกึกกักหน่อยนึงไปเยียบหมาเขาหรือเปล่า ไม่ได้หนีครับ ผมมารู้ทีหลัง ผมก็ไปจอดจุดเดิมเหมือนเคย”

หลายคนบอกว่าเป็นการแก้ตัว เขาบอกว่าลุงเห็นแต่ลุงทับ เพราะเป็นนิสัยของลุง
ลุง “ไม่ใช่หรอกครับ เพราะว่ารถผมจะเป็นจุดเด่นของที่ร้านมาก และก็มีหลายคัน ขับหลายคน เวลาผมไปส่งของเขาก็บอกว่าร้านนี้มาแล้ว ฉะนั้นเอาภาพที่สองที่สามมาถามผม รถไม่ใช่ว่าผมใช้คนเดียว”
การที่ลุงบอกว่าไม่เห็นแล้วมีคนไปด่า เอาจริงๆ เป็นใคร ใครก็ด่า
ลุง “เข้าใจอย่างนั้นใช่มั้ย คือ ผมไม่รู้แล้วจะให้ทำยังไง”

การที่มีนักข่าวไปสัมภาษณ์ลุง ถามที่ลุงทำแบบนี้มีจิตสำนึกมั้ย
ลุง “ที่บอกว่าลุงจะสู้เพื่อคนไม่ใช่สู้เพื่อหมา อันนี้เป็นความขัดแย้งที่มาตอนปลายแล้วนะ ตอนมีการทะเลาะกัน ผมก็บอกว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก ไปแจ้งความดีกว่า เจ้าหน้าที่เขาแยกแยะได้ เขาอายุ 20 ผมอายุ 70 ถูกด่าแบบนั้น ผมบอกให้ไปแจ้งความ เขาก็ไปสักพักหนึ่งก็มาเรียกผม ผมก็บอกว่าคู่กรณีไม่ต้องเรียก เจ้าหน้าที่เขามาตามเอง ก่อนกลับโรงพักเขาก็ด่าอีกทีหนึ่ง”

ที่ลุงบอกว่าจะสู้เพื่อคนมันหมายความว่ายังไง
ลุง “มันมาตอนหลังแล้ว เกิดการท้าทายขึ้น ผมไม่ได้เป็นคนใจคอคับแคบ เงินสองหมื่นสี่มันเรื่องเล็ก เขาพูดว่าหมาสองหมื่นสี่ คือไม่ใช่ว่าผมไม่ให้ แต่เขาเรียกผมไปโรงพักแล้วคิดว่าไปคุยกัน คิดว่าเจ้าที่หน้าที่จะบอก เขาว่าผมอย่างนั้น ผมก็บอกว่าอภัยให้ไม่ได้นะ คุณอายุ 20 ผมอายุ 70 สู้ก็ต้องสู้”

ลุงไม่คิดว่าเขาจะไม่อภัยลุงเหรอลุงไปทับสุนัขเขาตาย
ลุง “มันไม่ใช่นะ ต้องแยก 2 ประเด็น  พอรู้ว่าผมเหยียบหมาเขาผมก็เสียใจ เพราะผมก็เป็นคนเลี้ยงหมาน่ารัก เสียใจ แต่ถามว่าผมบาปมั้ย บาป แต่ถ้าถามว่าผมผิดมั้ยผมไม่ผิด เป็นความผิดของผมเหรอเขาเลี้ยงหมาไม่ดีแล้วมาให้ผมทำบาปแบบนี้ คุณต้องแยก 2 ประเด็น ผมรู้สึกเสียใจและก็บาป แต่เป็นความผิดของคนเลี้ยงหมา”


สำหรับเบรกที่ 2 ได้เชิญ “คุณสิรินทรา กีรติกัญญารัชต์ (เกรส) เจ้าหน้าที่มูลนิธิเดอะวอยซ์ สรรพเสียง เพื่อสรรพสัตว์ มาเป็นแขกรับเชิญด้วย

ยังไม่เคยเจอกันใช่มั้ย
เกรส “ใช่คะ นี่เป็นคั้งแรก”

ลุงหลบไปหลบมาหรือเปล่า
ลุง “เปล่า ไม่เคยหลบเลย ไม่งั้นนักข่าวมาตามไปทุกช่องหรอก”

ก่อนอื่นถามคุณเกรสก่อน มีอะไรอยากถามลุงมั้ย
เกรส “คือจริงๆ ที่ลงพื้นไม่คิดอะไรเลย  เพราะคิดว่าตายตัวนึง แต่ไปเจออะไรมากกว่านั้น คุณลุงชนเป็นประจำ ถ้าบอกว่ามองไม่เห็นหรืออะไรก็ชั่ง ให้คนอื่นขับ เลิกขับ รถเป็นสิ่งอันตราย ไม่มีใครแฮบปี้กับการเสียชีวิต หรือการบาดใจ ที่มาพูดตรงนี้ไม่ใช่เรื่องเจตนาหรือประมาทนะ เพราะมันผ่านตรงนั้นมาแล้ว แต่ถ้าเกิดมีคนอย่างคุณลุง ขับรถออกจากบ้านไปสัก 4 0 คัน ชนหมาแล้วไปเลย โลกมันจะเป็นยังไง เรารู้อยู่ว่าขับไม่เก่ง มองไม่เห็นก็เลิกขับ”

จริงมั้ยที่เขาบอกว่าลุงไม่ได้ชนตัวแรก ลุงเห็นสุนัขไม่ได้ต้องชน
ลุง “ไม่จริงครับ ผมก็รักสัตว์ และรักแบบเจียมตัวด้วย”

มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เขาบอกส่ารถลุงขับชนสุนัขซึ่งเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์นี้ นี่รถลุงหรือเปล่า
ลุง “ผมบอกได้นะว่ารถผมเมืองไทยมีสัญญาลักษณ์แค่นั้นเอง  ผมก็ถามคนอื่นด้วยพวกคนที่ใช้ ไม่ชนนะ รถนี้ที่บ้านผมเอง ผมไม่ยืนยันว่าใช่ผมหรือเปล่า เพราะรถใช้กันหลายคน มันใช่เห็นรถแล้วรถเจ้าลุงนี้แน่เลย ผมลูกผู้ชาย อันนี้เรื่องเล็ก ผมคำไหนคำนั้น ผมไม่แน่ใจว่าอาจจะเป็นผมก็ได้ แต่เปอร์เซ็นไม่ใช่มันเยอะ”

งั่นผมถามแบบนี้จะสู้เพื่อคนคืออะไร
ลุง “คือเหตุการณ์มันเกิดมาแล้ว ผมเป็นอาสาบรรเทาสาธารภัย ร่วมๆ  50 ปี สู้เพื่อคน คือ คนที่เกิดอุบัติเหตุเพราะหมาตายบาดเจ็บ ไม่เคยมีใครมารับผิดชอบ ว่าเป็นเพราะหมา วิ่งตัดหน้า ผมเรียกว่าผมไม่รู้ผมบาปบริสุทธิ์”

เกรส “การที่หมาไปทำคนก็เยอะ คนไปทำหมาก็เยอะ มันสมดุล เอาประเด็นนี้ก่อน แต่การที่ลุงไปหาข้อมมูลมาขอให้หาดีๆ มีการยอมความกันเยอะ ไม่ใช่ว่าไปกัดแล้วจบ หมาวิ่งตัดหน้าแล้วึคนเลี้ยงไม่รับผิดชอบไม่จริงมูลนิธิไปช่วยเยอะมาก แต่เราต้องศึกษาก่อน ก่อนที่จะพูดตรงนี้ว


ติดตามชมการเปิดใจแบบหมดเปลือก ได้ในรายการ “โหนกระแส” วันนี้ 20.30-21.00 น. ช่อง 28

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน