Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนคุก 6 ปี “ ปิยะ จุลกิตติพันธ์ ” หมิ่นเบื้องสูง เขียนข้อความในพระบรมฉายาลักษณ์ โพสต์เฟสปี 56

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนคุก 6 ปี “ ปิยะ จุลกิตติพันธ์ ” หมิ่นเบื้องสูง เขียนข้อความในพระบรมฉายาลักษณ์ โพสต์เฟสปี 56

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายปิยะ จุลกิตติพันธ์ หรือนายพงศธร บันทอน อดีตโบรกเกอร์ อายุ 50 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3)(5)

จากกรณี วันที่ 6 มี.ค.58 บรรยายพฤติการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. - 28 พ.ย.56 เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้โพสข้อความ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 2 ข้อความ บนพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จำนวน 2 ภาพ ในบัญชีเฟซบุ๊กของจำเลย ที่ใช้ชื่อว่า นายพงศธร บันทอน (SIAMAID) โดยเจตนาทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะ เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. , ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ , อ.เมือง จ.นครปฐม , อ.เมือง จ.น่าน และที่นอกราชอาณาจักร เกี่ยวพันกัน โดยจำเลย ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ม.ค.59 คงจำคุกเป็นเวลา 6 ปี โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัว นายปิยะ จำเลย มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งตลอดการพิจารณาคดี จำเลยไม่ได้รับการประกันตัว

ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า โจทก์ มีพนักงานสอบสวน และผู้ที่ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี เบิกความว่า มีผู้โพสข้อความที่อยู่บนพระบรมฉายยาลักษณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย แล้วนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยการนำลงเฟซบุ๊กในชื่อนายพงศธร บันทอน (SIAMAID) ซึ่งการกระทำนั้นมีเจตนาทำให้ประชาชนสามารถที่จะข้าถึงข้อมูลของการหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งปรากฏข้อเท็จว่ามีผู้แชร์จำนวนมาก ดังนั้นจึงฟังได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3)(5)

ส่วนจำเลย ได้เป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กในชื่อ นายพงศธร บันทอน (SIAMAID) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีพนักงานสอบสวน เบิกความรับฟังได้ว่าหลังจากมีการตรวจสอบจำเลยเคยมีประวัติที่เจ้าหน้าตำรวจ สน.ดอนเมืองดำเนินคดีกรณีได้สวมตนในบัตรประชาชนผู้อื่น เป็นการปกปิดที่อยู่จำเลย โดยจำเลยได้มาเปิดใช้เฟซบุ๊กชื่อ นายพงศธร บันทอน (SIAMAID) จึงน่าเชื่อว่าพฤติการณ์ของจำเลยได้พยายามปกปิดตนเองไม่ให้ตามตัวได้ และยังฟังได้จากคำเบิกความจำเลยว่าเคยเฟซบุ๊ก ระหว่างปี 2553-2554 ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้แจ้งให้กูเกิ้ล ลบข้อความแล้วแต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพยานอื่นมานำสืบและการแจ้งนั้นกลับเป็นช่วงหลังเกิดเหตุ 1 ปี พยานหลักฐานของจำเลยจึงมีน้ำหนักน้อยไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา14(3)(5) ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักสุดตามมาตรา 112 ให้จำคุก 9 ปี แต่คำให้การให้ชั้นสอบสวนและพิจารณาเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้างจึงลดโทษให้ 1ใน3 คงจำคุกเป็นเวลา 6 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน