Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

สมชัย ชี้ กระบวนการสรรหากกต.ใหม่ ส่อวุ่น หากสนช.ไม่รับรายชื่อที่กก.สรรหา ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด แต่ไม่กระทบกรอบเลือกตั้ง

สมชัย ชี้ กระบวนการสรรหากกต.ใหม่ ส่อวุ่น หากสนช.ไม่รับรายชื่อที่กก.สรรหา ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด แต่ไม่กระทบกรอบเลือกตั้ง 

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้งแถลงข่าวภายหลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวานนี้ ว่า วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นทันที คือ กกต.จังหวัดหมดสภาพ ทั้ง 14 จังหวัด ส่วนกกต.กลาง จะปฎิบัติหน้าที่จนกว่ามีกกต.ชุดใหม่มารับหน้าที่ต่อไป ซึ่งจะทำภารกิจเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน แต่อะไรที่เกินขอบเขตความจำเป็น หรือ เป็นประเด็นเกี่ยวกับนโยบาย จะต้องให้กกต.ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้นอะไรที่ตัดสินใจแล้วจะผูกพันกับชุดใหม่มากเกินไปพยายามหลีกเลี่ยง

นายสมชัย กล่าวถึงกระบวนการสรรหากกต.ชุดใหม่ ว่า แบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่ 1 คือ การตั้งคณะกรรมการสรรหา ตามองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญก่อน ที่จะเปิดรับสมัคร และ ทาบทามบุคคลที่มีความเหมาะสม ผู้เข้ารับการสรรหาเป็นกกต. เมื่อได้ผู้ที่มีความเหมาะสม 5 คน และนำไปรวมกับสัดส่วนที่มาจากการคัดเลือกที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาอีก 2 คน รวม 7 คน ก่อนที่จะต่อรายชื่อให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป โดยกระบวนการนี้จะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เท่ากับว่าวันที่ 12 ธันวาคมจะมี 7 รายชื่อส่งให้สนช.

ช่วงที่สองคือ สนช. นำรายชื่อดังกล่าวมาพิจารณา โดยมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบประวัติ โดยกระบวนการนี้อาจจะมีการเชิญผู้ได้รับการสรรหาเข้าแสดงวิสัยทัศน์ หรือ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ส่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการสรรหา ก่อนที่จะเสนอชื่อให้ที่ประชุมสนช. เห็นว่าชอบโดยกระบวนการนี้จะใช้เวลา 45 วัน จากนั้นเข้าสู่ขั้นที่สาม เมื่อสนช.ลงมติเห็นชอบรายชื่อเรียบร้อยแล้ว บุคคลที่มีรายชื่อดังกล่าว จะต้อดำเนินการลาออกจากการทำงานทุกประเภทภายใน 15 วัน และนำหลักฐานการทั้งหมด ส่งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และขั้นสุดท้ายคือ ขั้นตอนของการทูลเกล้าฯและรอการโปรดเกล้าฯลงมา โดยขั้นตอนนี้เป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นำซึ่งไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาได้ แต่โดยส่งที่เกิดขึ้นในอดีตกระบวนการดังกล่าวใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 วัน ดังนั้นกระบวนการสรรหาจะใช้เวลา ประมาณ 170 วันหรือ เกือบ 6 เดือน ประมาณ15 กุมภาพันธ์ –15 มีนาคม 2561 โดยกระบวนการดังกล่าวอาจจะเร็ว หรือ ช้า กว่านี้ก็ได้

นายสมชัย กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้กระบวนการสรรหาล่าช้าออกไป ว่า หลังจากกรรมการสรรหาเสนอชื่อต่อสนช. แต่สนช.มีสิทธิที่ไม่เห็นด้วยกับรายชื่อดังกล่าวได้ เท่ากับกรรมการสรรหาจะต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ และไม่มีการจำกัดจำนวนรอบว่าจะสรรหากันกี่รอบ เพราะจะต้องดำเนินไปจนกว่าสนช.จะพอใจกับรายชื่อซึ่งถ้าเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ จะต้องนับไปอีก 4 เดือนครึ่งต่อหนึ่งรอบการสรรหา
นายสมชัย กล่าวถึงประเด็นปัญหาบทบัญญัติที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน150 วันนับตั้งแต่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้จะรวมระยะเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น คำตอบในเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งนักกฎหมายก็ยังมีการตีความที่แตกต่างกัน และที่ผ่านมากกต.เคยถามถามไปยังกรธ. และ กฤษฎีกา แต่ไม่มีคำตอบ ดังนั้นเรื่องนี้เงื่อนปมหนึ่ง ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกกรณีหนึ่งได้ ถ้ามีผู้นำเรื่องนี้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ และถ้าศาลชี้ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญจะต้องมีผู้รับผิดชอบทางอาญาและแพ่ง ซึ่งใครตัดสินใจ คนนั้นรับผิดชอบด้วย ดังนั้นการประชุมกกต.วันที่ 19 กันยายนนี้ กกต.จะหารือถึงกรณีดังกล่าวว่าจำเป็นต้องทำหนังสือไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญถึงความชัดเจนหรือไม่ในช่วงจังหวะเวลานี้ หรือ ให้เป็นหน้าที่ของกกต.ชุดใหม่ ซึ่งต้องพิจารณาถึงเวลาที่คาบเกี่ยวของการได้มาของกกต.ชุดใหม่ด้วย
“ประเด็นนี้ หากเรา ซึ่งหมายถึงกกต.ชุดนี้ และชุดใหม่ มั่นใจ และพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ก็ไม่จำเป็นต้องถามศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมจะหารือถึงการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นเนื้อหาสาระของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นคือ อำนาจในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจกกต.เป็นผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง แต่ในกฎหมายลูกบอกเพียงว่าให้ “ดำเนินการให้มี” รวมถึงประเด็นอำนาจหน้าของกกต.หนึ่งคน ในการระงับยับยั้งหากพบความผิดปกติในการเลือกตั้ง โดยยืนยันไม่มีประเด็นเซ็ทซีโร เพราะไม่ได้คิดว่าอยากจะอยู่ต่อ

นายสมชัย ยังยืนยันด้วยว่า หากมีปัจจัยให้กระบวนการสรรหากกต.ชุดใหม่เกิดความล่าช้า ก็จะไม่กระทบกับกรอบการเลือกตั้ง เนื่องกกต.ชุดนี้ จะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมีกกต.ชุดใหม่ ดังนั้นหากกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับประกาศใช้ครบ แต่ยังไม่ได้กกต.ชุดใหม่ ก็จะเป็นหน้าที่ของกกต.ชุดปัจจุบันจัดการเลือกตั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน