Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

หลังจากหน้าแตกไป ทรัมป์! สั่งคุมเข้มพรมแดน เหตุศาลไม่รับอุทธรณ์ฟื้นคำสั่งห้ามเข้าสหรัฐฯ

หลังจากหน้าแตกไป ทรัมป์! สั่งคุมเข้มพรมแดน เหตุศาลไม่รับอุทธรณ์ฟื้นคำสั่งห้ามเข้าสหรัฐฯ

วันนี้ 6 ก.พ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มีสั่งคุมเข้มตรวจสอบคนเข้าเมืองโดยระมัดระวังที่สุด หลังศาลไม่รับคำร้องอุทธรณ์จากรัฐบาลให้ฟื้นคำสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าประเทศ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความแจ้งว่าตนได้สั่งการให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิคุมเข้มตรวจสอบคนเข้าเมืองโดยระมัดระวังที่สุด หลังศาลไม่รับคำร้องอุทธรณ์จากรัฐบาล ที่ขอให้ฟื้นคำสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าประเทศ จากคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ทีหมายความว่า คำสั่งห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ของนายทรัมป์จะไม่มีผลบังคับใช้ จนกว่าจะมีการพิจารณาคดีใหม่อีกรอบ ศาลอุทธรณ์ให้เวลาทำเนียบประธานาธิบดีและกระทรวงยุติธรรมถึงบ่ายวันจันทร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ในการยื่นข้อโต้แย้งเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ผู้พิพากษาเจมส์ โรบาร์ต แห่งศาลรัฐบาลกลางในนครซีแอตเทิลได้พิพากษาระงับคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยให้เหตุผลว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษานี้มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ ส่งผลให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ต้องยื่นอุทธรณ์ดังกล่าว

ทางด้านกระทรวงยุติธรรม ได้ระบุในคำร้องว่า ผู้พิพากษาโรบาร์ตตัดสินใจเกินขอบเขตไป โดยคาดเดาถึงการทำงานของประธานาธิบดีในประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ และมีประธานาธิบดีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้ว่า ใครสามารถเดินทางเข้าหรือพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ได้ กระทรวงยุติธรรมยังโต้แย้งด้วยว่า แต่ละรัฐไม่มีอำนาจในการคัดค้านคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้มีรัฐสองรัฐที่ได้คัดค้านคำสั่งพิเศษดังกล่าว โดยทนายความจากรัฐวอชิงตันและมินนิโซตาระบุว่า คำสั่งของนายทรัมป์ขัดรัฐธรรมนูญ  เพราะเป็นการห้ามบุคคลที่มีเอกสารในการเข้าเมืองอย่างถูกต้องเดินทางเข้าประเทศ โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งยังละเมิดสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา เพราะดูเหมือนว่าคำสั่งห้ามพุ่งเป้าไปที่ชาวมุสลิม

วันนี้ 6 ก.พ ทรัมป์ได้มีการระบุว่า ศาลทำให้การทำงานของเขาเป็นไปอย่างยากลำบาก และเหลือเชื่อว่าผู้พิพากษาเพียงคนเดียวจะทำให้ทั้งประเทศตกอยู่ในอันตรายได้ถึงเพียงนี้ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น จะต้องกล่าวโทษผู้พิพากษาคนนั้นและระบบศาลทั้งหมด

ทั้งนี้ ข้อความทวิตเตอร์ของนายทรัมป์ข้างต้น พาดพิงถึงนายเจมส์ โรบาร์ต ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางประจำนครซีแอตเทิล ซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยให้ระงับคำสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าประเทศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลสหรัฐฯได้ร้องอุทธรณ์การระงับคำสั่งดังกล่าวแล้วแต่ไม่เป็นผล

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรมยังมีเวลายื่นเสนอข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อขอให้ศาลอุทธรณ์ฟื้นคำสั่งห้ามเข้าประเทศของประธานาธิบดีอีกครั้งได้ภายในวันนี้ (6 ก.พ.) โดยจะมีการพิจารณาของศาลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทางการรัฐวอชิงตันและรัฐมินนิโซตาได้เข้าร่วมยื่นคัดค้านคำสั่งของประธานาธิบดีต่อศาลด้วย

ทั้งนี้เนื้อหาในคำร้องอุทธรณ์ของฝ่ายรัฐบาลระบุว่า ผู้พิพากษาโรบาร์ตได้กระทำการล้ำเส้นขอบเขตอำนาจของตน โดยด่วนตัดสินตัวประธานาธิบดีในประเด็นความมั่นคงของชาติ ทั้งที่ประธานาธิบดีเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจพิจารณาได้ว่าผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ ส่วนเนื้อหาคำร้องคัดค้านของรัฐวอชิงตันและรัฐมินนิโซตาระบุว่า คำสั่งของประธานาธิบดีขัดรัฐธรรมนูญและละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา เนื่องจากมุ่งเป้าไปยังกลุ่มประเทศมุสลิม คาดว่าหากศาลอุทธรณ์ยังคงวินิจฉัยยืนให้ระงับคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อไป กระทรวงยุติธรรมอาจร้องต่อศาลฎีกาโดยตรงเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้นำคำสั่งดังกล่าวกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน