Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

อสส. เตรียมรื้อ 2คดี ของอดีตนายกฯ ทักษิณ เสนอศาลฎีกานักการเมืองฯ หลังกฏหมายใหม่ให้พิจารณาลับหลังจำเลยได้


อสส. เตรียมรื้อ 2คดี ของอดีตนายกฯทักษิณ เสนอศาลฎีกานักการเมืองฯ หลังกฏหมายใหม่ให้พิจารณาลับหลังจำเลยได้

นายเข็มชัย ชุติวงษ์ อัยการสูงสุดคนใหม่ กล่าวแสดงความเห็นถึงกรณีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฉบับใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้ว่าจะส่งผลกระทบต่อ คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำหน่ายคดีในส่วนของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่เดินทางมาศาล และถูกออกหมายจับ รวมถึงคดีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต หรือไม่

ว่าคดีดังกล่าวเป็นการยื่นฟ้องคดีในกฎหมายเก่าปี พ.ศ.2542 (พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542) ที่เดิมไม่สามารถที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลับหลัง โดยที่ไม่มีตัวจำเลยได้แต่กฎหมายใหม่ที่เพิ่งออกมา พ.ศ.2560 มาตรา 28 ให้ศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลย หรือ พิจารณาคดีลับหลัง ดังนั้นจึงเป็นการ คาบเกี่ยวกับการออกกฎหมายใหม่ แต่ในบทเฉพาะกาล มาตรา 69 ของกฎหมายใหม่ได้ระบุไว้ว่าการดำเนินการใดที่เกิดขึ้นมาโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายเก่าแล้วนั้น จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ให้พิจารณาต่อไปตามกฎหมายใหม่ที่บังคับใช้ ดังนั้นความเห็นส่วนตัวจึงเห็นว่าคดีดังกล่าวสามารถรื้อฟื้นกลับมาพิจารณาใหม่ได้

ส่วนขั้นตอนจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยให้อธิบดีสำนักงานคดีพิเศษซึ่งเดิมเคยเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบคดีเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะทำงานที่เหมาะสมขึ้นมา และยังไม่มีการกำหนดระยะเวลา ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯนักการเมืองขอให้นำคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ซึ่งหากศาลฎีกาฯนักการเมืองเห็นตรงกันในการบังคับใช้กฎหมายส่วนนี้ก็สามารถคดีก็สามารถดำเนินการต่อได้

นายเข็มชัย กล่าวถึง คดีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ได้ เคยรวบรวมหลักฐานคดีที่นายทักษิณ หมิ่นสถาบันเบื้องสูง และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์  ปี 2558 ซึ่งเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายนอกราชอาณาจักรนั้น ขณะนี้มีความเห็นแล้วโดย ร้อยตำรวจตรีพงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดคนก่อนได้มีการทำความสมควรสั่งฟ้อง ภายหลังจากที่อัยการสูงสุด ในยุคของ นายตระกูล วินิจนัยภาค ได้ตั้งคณะทำงานอัยการสำนักสอบสวน ร่วมสอบสวนกับ ตำรวจ ปอท.

จากนี้เมื่อมีคำสั่งสมควรสั่งฟ้องแล้วก็เหลือเพียงกระบวนการติดตามตัวโดยประสาน ปอท. ให้ดำเนินการออกหมายจับหากทราบแหล่งที่อยู่ชัดเจนก็จะต้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนทันทีเพื่อดำเนินกระบวนการฟ้องคดี ซึ่งคดีนี้เป็นคดีอาญาไม่ใช่คดีทุตริต ที่อยู่ในอำนาจศาลฎีกาฯนักการเมืองการฟ้องจะต้องมีตัวจำเลยยื่นต่อศาล

พร้อมกันนี้นายเข็มชัย ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีหลายฝ่ายมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันแต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ เนื่องจากมีการออกกฎหมายมาแล้ว หากไม่ดำเนินการก็จะถูกวิจารณ์จากอีกฝ่ายว่าไม่บังคับใช้กฎหมาย แต่เมื่อเรื่องถึงขั้นตอนศาลแล้วศาลจะจะเห็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน