Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

เปิดใจ 2 ผัวเมีย ก่อนเข้าคุก..หลังโดนข้อหาเผาอ้อยรามไปไหม้สวนยาง



กลายเป็นเรื่องสุดสะเทือนใจ เมื่อ 2 สามี-ภรรยา ชาวอุดรฯ ร้องไห้โฮแบบไม่อาย หลังถูกจับข้อหาเผาหญ้าแล้วลุกลามแบบไม่รู้ตัวไปติดติดสวนยางชาวบ้าน แต่เจ้ายันไม่ได้เป็นคนจุด แถมโดน ตร.หนองบัวลำภู หลอกเซ็นชื่อ และ 10 ต.ค.นี้ต้องติดคุกแน่ เหตุไร้เงินประกันตัว “ รายการโหนกระแส ” ไม่พลาดที่จะหยิบมานำเสนอ  โดย “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกรรายการ “โหนกระแส” ซึ่งผลิตในนาม บริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวัน จันทร์-พฤหัส เวลา 20.30-21.00 น. ทาง ช่อง 28 ได้เชิญ นายนิรันต์ แสงคม (โก) อายุ 43 ปี นางโสวภา แสงคม (สม) 

สองสามีภรรยา พร้อมด้วย ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ มาเปิดใจถึงเรื่องนี้คุณโกทำอาชีพอะไรครับ                                                                                                                                           
สามี “ตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรครับ อาศัยเมีย เมื่อก่อนฉีดยาฆ่าหญ้ารับจ้างทั่วไป ที่หยุดไปเพราะสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงก็อาศัยแฟน เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว”

คุณสมทำอะไร
ภรรยา “ตอนนี้ก็ขายผักตามตลาด มีลูก 3 คน คนโตอายุ 17 ปี คนสอง 13 ปี คนสุดท้อง 1 ขวบ”
เรื่องราวมันเกิดอะไรขึ้นลองเล่าให้ผมฟังหน่อย
ภรรยา “เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 2558 คือ มีเถ้าแก่มาว่าจ้างเราสองผัวเมียไปตัดอ้อยให้หน่อย ทำมาหลายแปลงแล้ว แปลงนี้เป็นแปลงที่ใกล้จะเสร็จแล้ว คือ เป็นการตัดและเผาด้วย เผาเพื่อเอาใบออกก่อน แล้วค่อยมาตัดลำทีหลัง เราก็ทำแบบนี้เป็นประจำในช่วงฤดูตัดอ้อยส่งโรงงาน ตัดช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษา ซึ่งพื้นที่ที่เราทำก็จะติดกับป่ายาง”

แล้ววันนั้นมีใครไปเผาบ้าง
ภรรยา “มีคนงาน 14 คน มีนายหน้าอีกหนึ่งคน และเจ้าของไร่อ้อยอีกหนึ่งคน ทั้งหมด 16 คน ก็เริ่มจากการถางออกก่อน แล้วใช้รถไถ่ดันหญ้าออก ซึ่งเขาทำเสร็จก่อนที่เราจะมาหนึ่งวัน เรามา 14 คนก็มาดูว่าใครจะอยู่ฝั่งไหน จุดไฟตรงไหน จุดตั้งแต่ฝั่งป่าออกไปจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ตอนเผาก็จะใช้ไม้ขีดอย่างเดียว ไม่ได้ใช้น้ำมัน เพราะอ้อยใบแห้งอยู่แล้ว ซึ่งตรงบริเวณจุดก็จะมีถังน้ำเรียบร้อยเผื่อลุกลาม ก็จุดไฟชั่วโมงหนึ่งก็เสร็จทุกคนก็ทยอยกันมากกินข้าว ดูแล้วว่าไฟมอดแน่ๆ”


แล้วยังไงต่อเพราะเจ้าของสวนยางบอกว่าไฟไหม้ที่เขา
ภรรยา “ไม่มีนะ เพราะตอนกินข้าวเสร็จก็พากันไปตัดอ้อย”

แล้วได้กลับมาดูบริเวณที่เราเผามั้ย
สามี “ตัดเสร็จบ่าย 2 โมงก็กลับบ้าน ซึ่งไฟเกิดขึ้นตอน 4 โมงเย็น เขาบอกว่าไฟได้ลามเข้าไปสวนยางตอน 4 โมงเย็น”
ภรรยา “แต่ไฟมอดหมดแล้ว”
สามี “ประทุขึ้นมาหรือเปล่าไม่รู้”

มันเข้าไปในสวนยางเขามั้ย
ภรรยา “ที่มันเข้าก็เข้าเป็นหย่อมๆ  ไม่ได้โหมไปเลย”

เรื่องเกิด 2 กุมภาพันธ์ปี 58 เขาก็ไปแจ้งความเลยมั้ย
ภรรยา “เขาไปแจ้งวันต่อมาคะ”
สามี “ถัดมาอีกวันหนึ่งเถ้าแก่ก็ให้คนโทรมาแล้วบอกให้มาที่สถานีตำรวจ แล้วมาเป็นพยาน ก็ไปเซ็นด้วยกัน 6-7 คน พอไปเจอเขาบอกว่าเรียกให้เซ็นเป็นพยาน พอเสร็จก็พากันกลับบ้าน”

คุณได้อ่านมั้ย
สามี “ไม่ได้ครับ เพราะมันเป็นกระดาษ A 4 ขาวๆ เปล่าๆ ตำรวจมายื่นมาให้เถ้าแก่ ซึ่งเถ้าแก่เซ็นก่อนแล้วให้ลูกน้องเซ็น เซ็นทั้งหมด 7 คน”

ผมถามหน่อยถ้าเขาบอกว่าเราสละสมบัติให้เขา ยกลูกให้เขาเราจะทำยังไง
สามี “ผมก็ไม่ทราบครับ ครั้งหลังมีหมายออกมาว่าให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา เขาก็บอกว่าให้ไปเซ็นเป็นพยานเหมือนเดิมนะ”

เขานะคือใคร
ภรรยา “ที่สถานีตำรวจเขาบอกให้เซ็นเป็นพยานเฉยๆ แต่ไม่ใช่เซ็นเหมือนเดิม เซ็นเอกสารเป็นปึกเลยครับ ซึ่งก็ไปครับ”


ปรากฏว่าเป็นอะไรครับคุณทนาย
ทนาย “มันเหมือนกึ่งรับสารภาพแล้วไง ซึ่งก็เป็นเอกสารการบรรทึกการให้ถ้อยคำของผู้ต้องหา โดยมีการแจ้งว่าการเผาเกิดขึ้นแล้วลามไปติดทรัพย์สินของเขา เป็นต้นยาง 185 ต้น ทั้งสองคนสามีภรรยา”
คนอื่นๆ ละ
ภรรยา “คนอื่นก็ไปพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยกันทั้งหมด แต่ไม่มีให้เซ็น”

ตอนที่เขาให้เซ็นได้อ่านมั้ย
สามี “ไม่ได้อ่านครับ ไม่รู้ว่าคืออะไร”
ภรรยา “ขออ่าน เขาบอกว่าถ้าคุณอ่าน อ่านทั้งวันก็ยังไม่หมด”

เราทราบเมื่อไหร่ว่าเราเป็นผู้ต้องหา
ภรรยา “ทราบเมื่อตำรวจส่งเรื่องถึงศาล เพราะว่ามีหมายศาลออกมา ตอนเห็นตกใจมาก เพราะเรามาเซ็นเป็นพยานทำไมต้องเป็นผู้ต้องหา”

ได้กลับไปหาทางตำรวจมั้ยว่าเรามาเซ็นเป็นพยานแต่ทำไมมาเป็นผู้ต้องหา
ภรรยา “ไม่ได้กลับไปคะ แต่ขอความเป็นธรรมกับศาล ว่าให้สอบสวนคนงานด้วยกัน และคนที่เป็นนายหน้า และสอบคนเห็นเหตุการณ์ จนมาถึงวันที่ 18 เดือนที่แล้วเขาก็บอกว่าเราเป็นผู้ต้องหาและต้องไปขึ้นศาล และเขาบอกว่าทางตำรวจได้ไปสอบหมดแล้ว ทุกคนยืนยันทั้งหมดว่าเราสองคนเป็นคนจุด”

เห็นบอกอีก 6 วันต้องติดคุก
ภรรยา “ทุกวันนี้รายได้มาจากขายผัก ถ้าขายหมดก็ได้กำไร ถ้าขายไม่หมดก็เน่า ไปยืมเงินสหกรณ์ของวัด มีเงินเท่าไหร่ก็ใช้เขาไป ลูก 3 คนก็ให้เงินไปโรงเรียนคนละ 40 บาท ก็ใช้อย่างประหยัด เงิน 20 บาทเราก็ไปซื้อปลาทูมาทำน้ำพริกได้ 2 ตัวกินกัน 5 คน บางวัดก็ทอดไข่”
สามี “ถ้าขายผักหมดก็จะได้ 200 บาทแบ่งให้ลูกไปโรงเรียนคนละ 40 บาท ตัวเล็กก็กินนม เงินเหลือไม่ถึง 40 บาทไว้ซื้อข้าวและกับข้าว ช่วงนี้ลำบากมากครับ ไม่มีกระจิตกะใจ บอกลูกว่าอีก 6 วันพ่อต้องติดคุกแล้ว ลูกร้องไห้”

ถ้าพ่อแม่ติดคุกไปลูกทำไง
ภรรยา “หมดอนาคต”


ถ้าประกันตัวเท่าไหร่
ทนาย “คนละ 1 แสนบาท”
สามี “ชีวิตไม่เคยเห็นเงินแสนเลย อย่าว่าแต่เงินแสนเลยครับ เงินพันบาทบางที 3 วันถึงจะเจอครั้งหนึ่ง ถ้าแฟนขายของได้ เรากำไรจากขายผักพอได้เลี้ยงลูกไปวันๆ”
 


ติดตามชมการเปิดใจแบบหมดเปลือก ได้ในรายการ “โหนกระแส” วันนี้ 20.30-21.00 น. ช่อง 28

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน