Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

แฉ ! สาเหตุคาร์บอมบ์บิ๊กซี ปัตตานี

แฉ ! สาเหตุคาร์บอมบ์บิ๊กซี ปัตตานี

จากเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซีปัตตานี ช่วงบ่ายเวลา 14.30 น. วันที่ 9 พ.ค. เกิดการระเบิดขึ้น 2 ครั้ง สร้างความเสียหายและความอกสั่นขวัญแขวนเป็นอย่างมาก (อ่านข่าว ด่วน!! ระเบิดคาร์บอมบ์ ลานจอดรถบิ๊กซีปัตตานี คนแตกตื่นหนีตาย,เลือดเย็น! วินาทีกดระเบิดลูก 2 คาร์บอมบ์บิ๊กซีปัตตานี เจ็บพุ่ง50 ราย

      รายงานล่าสุด เป็นรายละเอียดของข่าวเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากที่ พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี ริมถนนหนองจิก ต.รูสะมิแล จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เกิดเหตุไว้เพื่อความปลอดภัย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดประทัดยักษ์ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังเคลียร์พื้นที่ มีประชาชนที่อยู่ภายในห้างบิ๊กซีทยอยเข้าออกตามปกติ ผ่านไป 20 นาที ได้มีคนร้ายแฝงมาในคราบลูกค้า ขับรถกระบะโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ ออกมาจากลานจอดรถด้านหน้าห้างฯ

     เมื่อขับวนก่อนมาถึงประตูทางเข้าห้างซึ่งเป็นจุดตรวจเข้าลานจอดรถ ปรากฏว่าคนร้าย 1 คน ซึ่งเป็นคนขับได้จอดรถทิ้งไว้ ก่อนจะหนีออกจากรถ วิ่งไปที่จักรยานยนต์ที่มีคนร้ายจอดรออยู่ขับหลบหนีไป รปภ.ของห้างจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุทราบ ก่อนที่จะมีการกันพื้นที่ไว้ เกรงว่าจะเป็นแผนที่คนร้ายพยายามก่อเหตุคาร์บอมบ์ เพื่อที่จะให้หน่วยเก็บกู้ระเบิดเข้าตรวจสอบ



     ปรากฏว่าประมาณ 15 นาที รถกระบะคันดังกล่าวได้ระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 40 คน เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถกู้ภัยทุกคันเข้ามาช่วยลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.ปัตตานี โดยทาง รพ.ปัตตานี ได้ประสานไปยัง รพ.ใกล้เคียงให้ส่งแพทย์มาเสริมเพื่อทำการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

    ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบซากรถกระบะคันดังกล่าวอยู่ในสภาพเป็นเศษเหล็ก ซากชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ และพบป้ายทะเบียน บจ 3303 ยะลา ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนปลอมติดที่รถ แรงระเบิดทำให้อาคารห้างและร้านค้าต่างๆ ภายในห้างเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้แรงระเบิดทำให้รถยนต์ จักรยานยนต์ ถูกไฟไหม้หลายคัน เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง

    จากการสอบสวนทราบว่า ห้างฯ แห่งนี้มีประชาชนเดินทางเข้าออกเพื่อจับจ่ายซื้อของจำนวนมากทุกวัน เนื่องจากเป็นที่นิยมของคน 3 จังหวัดชายแดนภาค ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้นำระเบิดแสวงเครื่องแบบประทัดยักษ์มาวางไว้ ก่อนจะกดชนวนระเบิดเพื่อให้เกิดเสียงดังเพื่อเป็นการลวงเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจที่เกิดเหตุ ขณะที่คนร้ายอีกชุดซึ่งขับรถกระบะประกอบระเบิดขับเข้ามาภายในลานจอดรถแล้วขับวนเวียนไปมาเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่มาถึง คนร้ายจึงขับรถออกจากลานจอดรถมาถึงที่ประตูทางเข้าห้างและเป็นที่จุดตรวจรถของห้าง คนร้ายจอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งหลบหนี ก่อนที่จะกดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 50-80 กก. ที่ซุกไว้ในรถจนเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว

    หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เดินทางมาอำนวยการในที่เกิดเหตุทันที พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดล้อมทางเข้าออกเมืองทุกจุดเพื่อไล่ล่าคนร้าย พร้อมกับเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวทั้งของห้างและตามเส้นทาง เพื่อนำภาพผู้ต้องสงสัยกระจายไปตามจุดตรวจและชุดสายตรวจในการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุ เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งมีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้า เพื่อต้องการสร้างสถานการณ์และให้เกิดความเสียหาย

 

 

    ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงเหตุการณ์วางระเบิดห้างบิ๊กซีปัตตานี ว่า ขณะนี้ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกำลังทหาร กำลังลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายที่จุดเกิดเหตุ หลังจากเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์

    "ในเบื้องต้นไม่มีผู้เสียชีวิต มีแต่บาดเจ็บเล็กน้อย คาดว่าระเบิดซุกในกระเป๋าวางอยู่ในรถปิกอัพ จอดบริเวณลานจอดรถหน้าบิ๊กซี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่ปฏิบัติงานตามขั้นตอน" พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่แจ้งว่าเบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บประมาณ 50 คน.

    ที่ จ.ยะลา พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.บัณฑิต ซาดา รอง สวป.นำกำลังเดินทางไปยัง บ้านเลขที่ 81/23 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก ซึ่งเป็นบ้าน นายนุสน ขจรดำ อายุ 45 ปี ที่ปรากฏตามทะเบียนสำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา กรณีรถปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน บจ 3303 ยะลา ที่เป็นรถคาร์บอมบ์ ที่ห้างบิ๊กซีปัตตานี

     เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ นางหญิง ขจรดำ ภรรยา นายนุสน อยู่ภายในบ้าน จึงได้แจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว นางหญิง มีสีหน้าทีท่าตระหนก เมื่อสอบถามถึง นายนุสน ผู้ครอบครองรถปิกอัพคันที่เป็นพาหนะที่เอาไปทำคาร์บอมบ์ ว่า ไปไหนอย่างไร ได้รับคำตอบว่า นายนุสน มีอาชีพค้าขายผ้าใบ ได้ขับรถปิกอัพคันดังกล่าวออกจากบ้านตั้งแต่เช้า เพื่อเดินทางไปจำหน่ายผ้าใบ ที่ จ.ปัตตานี

     ร.ต.อ.บัณฑิต ซาดา จึงได้ขอให้นางหญิงโทรศัพท์ติดต่อ นายนุสน ปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากนั้น จึงได้แนะนำให้นางหญิง เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน