ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

รายงานตัว! เบนซ์ เรซซิ่ง ยืนยันไม่คิดหลบหนี ให้ความร่วมมือตำรวจทุกครั้ง


รายงานตัว! เบนซ์ เรซซิ่ง ยืนยันไม่คิดหลบหนี ให้ความร่วมมือตำรวจทุกครั้ง

นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ นักแข่งรถชื่อดัง อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา คดีร่วมกันสมคบฟอกเงินกับนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย เครือข่ายนักค้ายาเสพติดไซซะนะพร้อมด้วย นายสิทธิโชค ตรีเนตร ทนายความ เดินทางมายังศาลอาญารัชดา เพื่อรายงานตัวต่อศาลครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นผัดสุดท้าย ตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว โดยวันนี้ นายอัครกิตติ์ เดินทางมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดใดต่อสื่อมวลชน และภายหลังรายงานตัวแล้วเสร็จเพียงไม่ถึง 5นาที ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ด้านนายสิทธิโชค ทนายความระบุว่าวันนี้เดินทางมารายงานตัว เนื่องจากครบฝากขังครั้งที่7 ซึ่งศาลได้นัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่29พฤษภาคมนี้ ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนั้น เดิมทีพนักงานสอบสวนแจ้งให้ไปพบเมื่อวันที่15 พ.ค.2560 ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันที่ นางสาวณปภา ตันตระกูล หรือแพท ดารานักแสดงชื่อดัง (ภรรยา )เข้าไปพบพนักงานสอบสวนเช่นกัน จึงได้ขอเลื่อนวันเข้าพบ เป็นวันที่ 16พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้เข้าพบตามนัด

ขณะที่ ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่นำมาสู่ข้อกล่าวหาตาม พรบ.มาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดก็เป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับข้อเท็จจริงที่แจ้งข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งข้อหานี้ มีอัตราโทษสูงกว่า ข้อหาฟอกเงิน และหลังจากได้รับหมายเรียกแล้วนายอัครกิตติ์ ก็ได้เข้ารายงานตัว และยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่หลบหนี

นอกจากนี้ ทนายยังกล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินคดีต่อไปจากนี้ว่า  พนักงานสอบสวนจะต้องมายื่นคำร้องต่อศาลแจ้งให้ทราบว่า ในระยะเวลาการฝากขังครั้งที่6 มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ดังนั้น  พนักงานสอบสวนและอัยการก็จะมีระยะเวลาในการพิจารณาสำนวนคดี12 วันให้ทันภายใน 29 พ.ค.นี้


ขณะเดียวกัน ยืนยันว่า จะไม่ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการเนื่องจากตั้งแต่ครั้งแรกที่พบพนักงานสอบสวน ได้ยื่นเอกสารที่มีทั้งหมดไปแล้ว พร้อมกับพูดข้อเท็จจริง ดังนั้นไม่ว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ก็จะไม่ยื่นเอกสารใดเพิ่มเติมอีก

ส่วนข้อต่อสู้ทางคดีจะแตกต่างกันหรือไม่ต้องดูพยานหลักฐาน เนื่องจากนายอัครกิตติ์ ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องยาเสพติด

อย่างไรก็ตามก่อนที่นายอัครกิจติ์ จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบพยานบุคคต่างๆ ทั้ง ญาติ ลูกน้อง และบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กว่า10ปาก มาสอบสวนโดยไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับการเรียกบุคคลต่างๆเข้าพบและพนักงานสอบสวนก็ไม่เคยแจ้งว่าได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพยานหลักฐานหรือพยานบุคคลต่างๆที่จะก่อให้เกิดอุปสรรค ต่อการสอบสวน ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า เจตนาของนายอัครกอตติ์ว่า แม้จะถูกแจ้งข้อหาในอัตราโทษสูงแต่นายอัครกิตติ์ ก็พร้อมที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการรับทราบข้อกล่าวหาทันทีโดยไม่มีการหลบเลี่ยงหรือหลีกหนี

"เราเชื่อมั่นในศาล ในกระบวนการยุติธรรม ว่าเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดของเรา ซึ่งเราจะใช้พยานหลักฐานไปต่อสู้ในชั้นศาล โดยผมยังไม่ขอระบุถึงรายละเอียดเพราะเป็นแนวทางในการต่อสู้คดี "

นอกจากนี้ทนายความ ยังได้กล่าวถึงเรื่องหลักประกัน หากมีการยื่นฟ้องคดี ว่า เป็นดุลยพินิจของศาล ซึ่งหากศาลจะมีข้อกำหนดใดเพิ่มเติมก็พร้อมจะปฏิบัติตามทุกอย่าง ส่วนมูลค่าหลักทรัพย์โดยหลักก็เป็นไปได้ที่อาจจะมีการเพิ่มชึ้นไปจากเดิม แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

ส่วนเบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าจริงๆ แล้วไม่ได้คิดจะหลบหนี และที่ผ่านมาก็ให้ความร่วมมือที่ดีมาโดยตลอด จากนี้จะรอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่อสู้คดีในชั้นศาล.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: