ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

สหรัฐชี้น้ำท่วมไทยปี54มาจากความผิดพลาดของรัฐบาล


สหรัฐชี้เหตุน้ำท่วมไทยปี 2554 เกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาล ไม่ใช่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน






ทอม ปีเตอร์สัน นักวิจัยขององค์กรการบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ เปิดเผยผลวิเคราะห์ผลกระทบทางธรรมชาติอันเกิดจากภาวะโลกร้อนฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า เหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2554 เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดความผิดพลาดของการวางนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอันเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัญหาคลื่นความร้อนและภัยแล้งครั้งประวัติศาสตร์ในเทกซัสของสหรัฐหรือภาวะอากาศร้อนจัดของอังกฤษเมื่อปีที่แล้วแต่อย่างใด



นักวิจัยสหรัฐได้ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบสาเหตุของภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 ประเทศคือ 1.ภาวะคลื่นความร้อนสูงในสหรัฐ 2.สภาพอากาศร้อนจัดในอังกฤษ และ 3.เหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงในไทย ได้ข้อสรุปว่า ปรากฏการณ์ลานินญาที่ทวีความรุนแรงจากภาวะโลกร้อน เป็นสาเหตุที่ส่งผลให้รัฐเทกซัสของสหรัฐต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนและแห้งแล้งรุนแรงกว่าปกติถึง 20 เท่า ซึ่งถือเป็นคลื่นความร้อนที่มีความรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์



ขณะเดียวกัน ภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ยังเป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลให้พื้นที่ทางตอนกลางของอังกฤษต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก โดยในช่วงเดือน พ.ย. 2554 อังกฤษเผชิญกับสภาพอากาศร้อนรุนแรงขึ้นถึง 62 เท่า ซึ่งนับเป็นสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดเป็นอับดับสองในรอบกว่า 300 ปีทีเดียว ซึ่งแปรปรวนจากเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2553 ที่อังกฤษหนาวเย็นจัดกว่าทุกปี



อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยระบุว่า สาเหตุของเหตุน้ำท่วมในไทย ไม่ได้เกิดจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน เช่นเดียวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในสหรัฐและอังกฤษ โดยให้เหตุผลว่า ปริมาณน้ำฝนประจำปีเมื่อปีที่แล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ



ทีมวิจัยของสหรัฐเชื่อว่า สาเหตุของการเกิดเหตุน้ำท่วมไทยเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์หลายปัจจัย เช่น การวางนโยบายบริหารและจัดการน้ำของเขื่อนที่ผิดพลาดของรัฐบาล เป็นต้น



“ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุของการเกิดภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงในแต่ละประเทศทั่วโลก แต่พบความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงกับอัตราการเกิดภัยธรรมชาติที่ถี่มากขึ้น” ปีเตอร์สัน กล่าว

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: