ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เฮลิคอปเตอร์ร่วงกระแทกดาดฟ้าตึกกลางแมนฮัตตัน คร่าชีวิต 1 ราย

เฮลิคอปเตอร์ร่วงกระแทกดาดฟ้าตึกกลางแมนฮัตตัน คร่าชีวิต 1 ราย

    เพจเฟซบุ๊ก ที่มีชื่อว่า China Xinhua News ได้โพสเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกกระแทกดาดฟ้าตึกกลางแมนฮัตตัน เมื่อเวลา 13.45 น. ของวันจันทร์ที่10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เฮลิคอปเตอร์ ร่วงหล่นกระแทกดาดฟ้าตึกสูง ในย่านมิดทาวน์ แมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ระหว่างพยายามลงจอดฉุกเฉิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน คือนักบินที่ขับเฮลิคอปเตอร์ลำนี้

    สำนักงานดับเพลิงกรุงนิวยอร์ก (FDNY) รายงานว่า เหตุไฟลุกไหม้เกิดขึ้นหลังจากเฮลิคอปเตอร์ตกลงบนอาคารความสูงกว่า 50 ชั้น เลขที่ 787 ถนน เซเวนธ์ อเวนิว ในใจกลางเมือง แต่เจ้าหน้าที่ที่รีบรุดมายังที่เกิดเหตุ สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมคำสั่งปิดถนนหลายสายในเมือง

    ส่วนผู้คนที่ทำงานในอาคารดังกล่าวกล่าวกับสื่อว่าพวกเขารู้สึกถึงถึงแรงสั่นสะเทือนขณะที่เฮลิคอปเตอร์ตกลงมา และในเวลาต่อมาพวกเขาก็ได้อพยพออกจากตึก

    ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวิตข้อความหลังจากเกิดอุบัติเหตุนี้ประมาณ 1 ชั่วโมงว่า เขาได้รับรายงานอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว และขอบคุณไปยังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุสำหรับ “การปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยม”

    ขณะเดียวกัน เมลิสซา เดโรซา เลขานุการของแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ทวิตข้อความว่าประธานาธิบดีทรัมป์โทรศัพท์หาผู้ว่าการรัฐฯ เพื่อสอบถามเรื่องอุบัติเหตุดังกล่าว และเพื่อ “ให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น” อีกด้วย

    ด้านบิลล์ เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นว่าอุบัติเหตุดังกล่าวไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ว่าเป็นการก่อการร้ายหรือเป็นการข่มขวัญชาวนิวยอร์กที่เดินผ่านมาในเวลานั้นแต่อย่างใด และไม่มีผู้โดยสารอยู่เฮลิคอปเตอร์ด้วย อย่างไรก็ตามนายกเทศมนตรีฯ ย้ำว่าข้อสรุปนี้มาจาก “ข้อมูลเบื้องต้น” เท่านั้น

    ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวได้รับอนุญาตให้บินลงจอดในกลางกรุงหรือไม่ หรือสภาพอากาศที่มีฝนตกและหมอกลงเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้

    ทั้งนี้ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ยืนยันแล้วว่าเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวคือ อากุสตา เอ 109 อี ส่วนคณะกรรมการความปลอดภัยทางการคมนาคมแห่งชาติ (NTSB) จะเป็นผู้ดำเนินการสืบสวนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: