ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

บชก.จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสินค้าละเมิดสิทธิ์‏











     พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. ร่วมกับ พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก.และนางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจค้นภายในบริษัทไถ่เม่งเซ็งการปัก ตั้งอยู่เลขที่ 68/92-94 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 8 แขวงและเขตจอมทอง หลังสืบทราบว่าเป็นโรงงานลักลอบผลิตเสื้อผ้าละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อแบรนด์เนมรายใหญ่



     บริษัทดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นสำนักงานของบริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบนางจุไรรัตน์ อรุณแจ้งวัฒนา อายุ 58 ปี รับเป็นเจ้าของ แต่จากการตรวจค้นไม่พบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในอาคารพาณิชย์เลขที่ 68/116 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสำนักงาน ก็พบว่าบริเวณชั้นล่างเป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีคนงานประมาณ 30 คน กำลังคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่จำนวน 17 ตัว ปักโลโก้ยี่ห้อต่างๆ จำนวนมาก โดยในจำนวนนี้มีเครื่องจักรอยู่ 2 ตัว กำลังปักโลโกยี่ห้อลาคอสลงบนเสื้อโปโล



     นอกจากนี้จากตรวจค้นภายในโรงงานดังกล่าว ยังพบเสื้อโปโลละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อต่างๆ ประกอบด้วย ยี่ห้อ ลาคอส จำนวน 1,700 ตัว ยี่ห้อ GANT จำนวน 1,400 ตัว ยี่ห้ออาดิดาส 500 ตัว ยี่ห้อไนกี้ จำนวน 170 ตัว ยี่ห้อลีวายส์ 350 ตัว และโปโล จำนวน 15 ตัว จึงยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง



     พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นในวันนี้เป็น 1 ใน 8 พื้นที่สีแดงที่มีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งทาง พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รอง ผบ.ตร.มีนโยบายให้ปราบปรามอย่างจริงจัง ทางบช.ก. จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมสรรพากร ป.ป.ง.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจับกุมปราบปรามให้กลุ่มผู้กระทำผิดหมดไป



     พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีการจับกุมทั้งผู้ค้าและทลายแหล่งเก็บสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์พวกนี้ได้จำนวนมากพอสมควร แต่การทำผิดกฎหมายก็ยังไม่ยุติ จึงทำการสืบสวนขยายผลไปจับกุมยังแหล่งผลิต ซึ่งที่ผ่านมาก็มีทั้งเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนบุกเข้าจับและล่อซื้อด้วย เบื้องต้นแจ้งข้อหาผลิตสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



     ต่อเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว แถลงข่าวจับกุม น.ส.นุชจรินทร์ หวานชิต อายุ 20 ปี น.ส.ประภา โพบาง อายุ45 นางสมพร น้อยอิ่ม อายุ43 และนายเฉลิม จุฬาวไลวงศ์ อายุ47 ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเครือข่ายขบวนการฉ้อโกงประชาชน โดยใช้ระบบโทรศัพท์ CALL CENTER หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านเครื่องกดเงินอัตโนมัติ



     พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากผู้เสียหายจำนวนมากว่าถูกกลุ่มคนร้ายโทรศัพท์เข้ามายังโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วพูดจาหลอกลวงด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งเป็นผู้ได้รับรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นหนี้จากการใช้เครดิต เป็นหนี้ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือกลุ่มมิจฉาชีพนำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปใช้ ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อจะหลอกให้นำบัตรมากดเงินอัตโนมัติไปใช้กับเครื่องกดเงินอัตโนมัติ โดย บช.ก.ได้จัดชุดสืบสวนพบว่ามีต้นทางมาจากเมืองกวางเจา สาธารณรัฐประชาชนจีน และบางส่วนในประเทศไทย โดยมีชาวจีนและชาวไทยที่เดินทางไปทำงานเป็นพนักงาน CALL CENTER ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ามาเกี่ยวข้อง มีการจ้างให้คนไทยเปิดสมุดบัญชี พร้อมบัตรกดเงินอัตโนมัติเพื่อรองรับเงินที่จะถูกโอนมาจากบัญชีผู้เสียหาย



     พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวตอว่า ผู้ต้องหารายนี้มีศูนย์ CALL CENTER ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะโทรศัพท์มายังเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหาย จนทำให้โอนเงินออกจากบัญชีไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายที่เปิดรองรับเอาไว้ จากนั้นคนร้ายจะกดเงินแล้วนำไปโอนผ่านบริษัททัวร์ ร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือโอนเข้าบัญชีคนร้ายกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งก่อนหน้าชุดสืบสวนได้จับกุมเครือข่ายนายสุริยงค์ บานแย้ม กับพวกรวม 24 คนได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ และมีการประสานตำรวจสอบสวนกลาง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าตรวจค้น CALL CENTER ของกลุ่มคนร้ายที่เมืองฉางอัน และมีการขยายผลจับกุมเครือข่ายหลายอื่นที่อยู่ในประเทศไทย





ทีมข่าวอาชญากรรม



รายงาน



กลับไป ด้านบน

Thaiza update: