ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

จับลูกจ้างกรมศิลตุ๋นจนท.ประจำตัว"ชัย ชิดชอบ"ซื้อโทรศัพท์‏






     พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.อดินันท์ ชัยนันท์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.จารุวัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังจับกุม น.ส.วันสิริ ปิยะสุนทรีกูล อายุ 27 ปี ลูกจ้างชั่วคราวกรมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลาปากร อยู่บ้านเลขที่ 43 ถนนเจริญรัถ แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม.พร้อมของกลางเงินสด 200,000 บาท สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ รวม 10 เล่ม ใบนำฝาก 1 รายการ ใบบันทึกรายการทางตู้เอทีเอ็ม 4 รายการ หนังสือเดินทาง 1 เล่ม สำเนาการเบิกเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง จับกุมได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว

      ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.นันท์นภัส พลหาญ อาย 28 ปี เจ้าหน้าที่ประจำตัว นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ว่า ถูก น.ส.วันสิริ ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง ประกอบด้วย แบล็คเบอรี่ ไอแพด และไอโฟน 4 ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในท้องตลาดขณะนี้ โดยอ้างว่าสามารถหาซื้อสินค้าทั้งหมดมาจากต่างประเทศ ในราคาถูก สำหรับผู้ที่มาร่วมลงทุนก็จะได้รับผลกำไรตอบแทนประมาณ 30% ของสินค้าที่ขายได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานก่อนออกสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.วันสิริ ไว้ได้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกง

น.ส.นันท์นภัส ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนทำธุรกิจขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต ต่อมาเมื่อประมาณปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา น.ส.วันสิริ ผู้ต้องหา ได้ติดต่อขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแบล็คเบอรี่ ไอแพด และไอโฟน ในราคาถูกกว่าท้องตลาด ต่อมาตนจึงลองสั่งซื้อโทรศัพท์แบล็คเบอรี่จากผู้ต้องหาปรากฏว่าได้ของมาจริง จึงสั่งอีกหลายเครื่อง จากนั้นผู้ต้องหาได้ชักชวนให้ตนร่วมลงทุนซื้อขายโทรศัพท์ดังกล่าว โดยอ้างว่าสามารถหาสินค้ามาจากต่างประเทศ รวมทั้งประมูลมาได้ในราคาที่ถูก หากนำไปขายต่อก็จะมีกำไรประมาณ 3,000 -5,000 บาท ต่อเครื่อง และขณะนั้นผู้ต้องหาก็นำโทรศัพท์ทั้งหมดกว่า 100 เครื่อง มาให้ตนดูว่าสินค้าพร้อมจะนำออกขายจริง หากตนโอนเงินร่วมลงทุนมาแล้วก็จะโอนเงินกำไรไปให้

น.ส.นันท์นภัส กล่าวต่อว่า ครั้งแรกตนก็ยังไม่มั่นใจว่าจะได้ผลกำไรตามที่ผู้ต้องหาอ้างจริงหรือไม่ แต่ก็ถูกคะยั้นคะยอจึงทดลองร่วมลงทุนไปเป็นเงิน 1.7 แสนบาท และก็ได้รับผลกำไรตอบแทนมาจริง โดยผู้ต้องหาโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนประมาณ 2-3 หมื่นบาท เมื่อเห็นว่าเป็นการลงทุนที่ง่ายและได้กำไรดี เพราะผู้ต้องหาเป็นฝ่ายหาสินค้าและติดต่อซื้อขายเองทั้งหมด ส่วนเราก็รอรับเงินกำไรที่จะโอนเข้ามาในบัญชีธนาคารอย่างเดียว ตนจึงชักชวนให้ญาติมาร่วมลงทุนด้วย รวมเป็นเงินประมาณ 6.8 ล้านบาท แต่ภายหลังผู้ต้องหาก็ไม่ได้โอนเงินกำไรมาให้อีกเมื่อตนทวงถามผู้ต้องหาก็จะอ้างว่ายังหาสินค้าไม่ได้หรืออยู่ระหว่างรอการประมูลสินค้า

น.ส.นันท์นภัส กล่าวต่อว่า จากนั้นได้พยายามติดต่อทวงถามเงินตลอดและถูกบ่ายเบี่ยงตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กันยายน ผู้ต้องหายังนัดหมายมาบอกว่ากำลังจะไปสั่งซื้อโทรศัพท์แบล็คเบอรี่ มาอีก 360 เครื่อง และขอให้โอนเงินมาให้อีก 1.8 ล้านบาท แต่ตนไม่เชื่อใจและคิดว่าน่าจะถูกหลอกเงินไปอีกจึงพาญาติเข้าแจ้งความดำเนินคดี อย่างไรก็ทราบว่ายังมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงเช่นเดียวกับตนอีกนับ 10 ราย รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกว่า 30 ล้านบาท และคาดว่าน่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้อีกมากเนื่องจากเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสอบพบยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายนี้มีมากถึงกว่า 90 ล้านบาท

สอบสวน น.ส.วันสิริ ให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้ฝากเพื่อนที่เป็นแอร์โฮสเตส และสจ๊วตของสายบินแห่งหนึ่ง ซื้อโทรศัพท์ดังกล่าวมาจากฮ่องกง เนื่องจากมีราคาถูกกว่าราคาซื้อขายในประเทศไทย กว่าเครื่องละ 2,000-3,000 บาท ซึ่งครั้งแรกตั้งใจว่าจะซื้อมาใช้เองเท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมและมีราคาถูก จึงคิดจะซื้อมาขายต่อเพื่อเอากำไร โดยระยะแรกก็มีสินค้าที่ฝากซื้อมาได้ แต่ภายหลังก็ไม่สามารถสั่งซื้อได้อีกจึงยอมขาดทุนไปเหมาซื้อสินค้าที่ห้างมาบุญครอง เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีสินค้าที่จะนำไปขายได้ เมื่อมีลูกค้าที่สนใจบอกต่อกันปากต่อปากชักชวนกันมาร่วมลงทุนกับตนมากขึ้น ทำให้ช่วงหลังตนหมุนเงินไม่ทันจึงไม่ได้โอนเงินให้ลูกค้าดังกล่าว


ทีมข่าวอาชญากรรม

รายงาน



กลับไป ด้านบน

Thaiza update: