ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ตร.สั่งตรวจคลินิกทำแท้งเถื่อนเพิ่ม-สอบปากคำแม่มือทำแท้ง






     พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีพบซากศพเด็กทารกจำนวน 2002 ศพ ที่วัดไผ่เงิน ว่า ขณะนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.เรื่องการทำแท้ง เป็นพื้นที่ของ สน.หนองแขม ของคลินิคเถื่อนทำแท้ง และ 2.ส่วน สน.วัดพระยาไกร เป็นดำเนินการเรื่องนำศพเด็กไปซุกซ้อน โดยแบ่งแยกสำนวนกัน แต่ภาพรวมก็ต้องนำมาต่อกัน

     พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ได้สั่งการขยายผลถึงประเด็นต่างๆว่ามีการรับส่งซากเด็กมาจากที่ใดแล้วมารวมที่วัดไผ่เงินซึ่งเป็นสถานที่ที่พบซากศพเด็กจำนวนดังกล่าว รวมทั้งคลินิกที่คาดว่าอาจมีส่วนร่วมกระทำความผิดรวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่เป็นผู้ลงมือทำแท้งหรือผู้ช่วยก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทาง สน.วัดพระยาไกร ได้สอบสวนสัปเหร่อและผู้ช่วยสัปเหร่อสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงสอบสวนแม่ของน.ส.รัญฉกร จันทมนัส ผู้ต้องหาทำแท้งเถื่อน ที่รับอุปการะไว้หลายคน เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นเด็กที่ทำแท้งแต่ไม่สำเร็จเพราะฉะนั้น ถ้าเด็กที่มาจากการทำแท้งจริงหมายถึงว่าตัวเด็กมี 2 สถานะ 1.ฐานะวัตถุพยาน 2.พยานบุคคล ต้องสอบสวนผู้อุปการะว่าเด็กมีที่มาที่ไปอย่างไรซึ่งต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนเรื่องสถานคลินิกทำแท้งเถื่อนตำรวจได้ข้อมูลบางส่วนจากน.ส.รัญฉกร จะมีการประสานผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอาทิ หน่วยปราบปรามการค้ามนุษย์และเด็ก ฯลฯ เพื่อช่วยดำเนินการทั้งหมด

     ผู้สื่อข่าวถามการสอบปากคำตัวเด็ก เด็กจะให้ข้อมูลหรือไม่เนื่องจากเด็กมีความผูกพันกับผู้เลี้ยง พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าเด็กจะให้ปากคำอย่างไรซึ่งขึ้นอยู่กับตัวเด็กและจะต้องมีการแสวงหาพยานบุคคลเพื่อยืนยันว่าสิ่งใดจริงหรือไม่

     ส่วนกรณีมีการให้เงินใต้โต๊ะกับเขตเพื่อที่จะจดทะเบียนรับใบเกิดมีการตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับผู้ต้องหาไม่ได้พูดคุยประเด็นนี้ แต่ต้องตรวจสอบต่อไปในทุกด้านที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนประเด็นการดำเนินกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อส่งฟ้องนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดูประเด็นว่ามีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ รวมถึงผลการตรวจสอบซากเด็กจากแพทย์ว่ามีความชัดเจนอย่างไร และจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

     ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้เชิญตัว นางสมบัติ สิโนทก อายุ 60 ปี และ น.ส.กชกร หรือ “เบญ” เนตรสูงเนิน อายุ 31 ปี ทั้งสองอยู่บ้านเลขที่ 6/5 หมู่ 4 ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม และเป็นแม่กับน้องสาวของ น.ส.รัญฉกร มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.วัดพระยาไกร โดย นางสมบัติ กล่าวยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ตนทำงานเป็นอาสาสมัครตระเวนรับจ้างล้างไตให้กับผู้ป่วยตามบ้าน ได้เงินเดือนๆ ละ 15,000 บาท แต่ปัจจุบันทำอาชีพรับซื้อกะลามะพร้าวเพื่อนำไปแปรรูปส่งต่อให้โรงงานทำผลิตภัณฑ์ โดยปกติจะพักอาศัยอยู่บ้านที่ จ.นครปฐม และจะเดินทางเข้ามาที่ กทม.บ้างเป็นบางครั้ง และจะเจอหน้า น.ส.ลัญฉกร เดือนละประมาณ 2 ครั้ง ส่วนคลินิกมวลชนการแพทย์ ย่านหนองแขม ที่ลูกสาวถูกตำรวจบุกจับนั้น ก็เคยเข้าไป แต่จะอยู่เฉพาะชั้นล่างเท่านั้น ไม่เคยขึ้นไปชั้นบนแต่อย่างใด โดยทราบเรื่องว่า ลูกสาวถูกตำรวจจับกุม ก็เพราะ น.ส.กชกร เป็นคนมาบอก

     นางสมบัติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ นายสุชาติ ผู้ช่วยสัปเหร่อวัดไผ่เงิน อ้างว่า เคยเห็นตนเป็นผู้ช่วยพยาบาลบ้าง หรือขี่รถ จยย.นำศพเด็กทารกไปทิ้งบ้างนั้น ตนยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยเป็นผู้ช่วยพยาบาล อีกทั้งตนก็ขับขี่รถ จยย.ไม่เป็น ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าตนรับเลี้ยงเด็กที่อาจจะถูกทำแท้งแล้วไม่เสียชีวิตไว้หลายคนนั้น ยอมรับปัจจุบัน ตนกับ น.ส.ลัญฉกร รับเลี้ยงเด็กไว้ทั้งหมด 7 คน โดยอาศัยอยู่กับตน 4 คน ส่วนอีก 3 คน น.ส.ลัญฉกร เป็นคนเลี้ยงไว้ โดยตอนแรกที่ น.ส.ลัญฉกร นำเด็กมาฝากไว้ให้ตนดูแลนั้น ตนก็ไม่ได้ถามถึงที่มาที่ไปแต่อย่างใด ไม่เคยสงสัยด้วยว่าเป็นเด็กที่ถูกทำแท้งหรือไม่ และที่ผ่านมา น.ส.ลัญฉกร ก็ไม่เคยส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้แต่อย่างใด ตนเป็นคนออกเองทั้งหมด กรณีที่ น.ส.ลัญฉกร ลูกสาวถูกจับและมีข่าวพาดพิงมาถึงตนนั้น ตนเห็นว่า ลูกสาวคงคิดถึงตนเป็นคนแรกก็อาจจะพูดถึงตนขึ้นมา แต่ไม่ใช่เป็นการซัดทอดแต่อย่างใด

"ลูกสาวฉันช่วยเก็บขยะสังคม ซึ่งแม่ก็รู้สึกภูมิใจ" นางสมบัติ กล่าว

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นางสมบัติ พูดจบแล้วนั้น น.ส.กชกร ที่นั่งอุ้มลูกอยู่ใกล้กันได้ลุกขึ้นมาสวมกอดร่ำไห้กับนางสมบัติ พร้อมกับกล่าวขอร้องสื่อมวลชนทั้งน้ำตา ว่า อยากขอร้องให้สื่อหยุดนำเสนอข่าวนี้ได้แล้ว เพราะครอบครัวของตนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้ถูกตราหน้าจากสังคม ทั้งๆ ที่พวกตนไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำ เด็กๆ ที่รับเลี้ยงไว้เคยรู้อยู่ว่า พี่สาวตนเป็นแม่ แต่พอข่าวนี้ออกไปก็ทำให้เด็กๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ได้รับรู้ว่าพี่สาวไม่ใช่แม่ที่แท้จริง และถูกเพื่อนๆ ล้อเลียน ทั้งที่ต้นเหตุไม่ได้เกิดจากพี่สาวของตน ส่วนแม่ตนก็เหนื่อยมามากพอแล้ว จึงขอให้เรื่องจบเพียงแค่นี้

     ด้าน พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร กล่าวว่า ในวันนี้ได้เรียกบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำในฐานะพยาน ว่า มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ รวมทั้งประเด็นเรื่องของเด็กที่ น.ส.ลัญฉกร นำมาฝากเลี้ยงไว้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพื่อนำมาประกอบสำนวน ซึ่งจากการสอบปากคำทั้งคู่ก็ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำแท้ง แต่ยอมรับว่าได้รับเลี้ยงดูแลเด็กไว้จริง

     พ.ต.อ.เมธี กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ จะให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำ น.ส.ลัญฉกร ที่เรือนจำ ในประเด็นเรื่องที่ว่า เด็กที่รับเลี้ยงไว้นั้น มีการจดทะเบียนแจ้งเกิดไว้ที่ไหน ใครเป็นพ่อแม่ ส่วนเรื่องการออกหมายจับนางสมบัตินั้น จะต้องพิจารณาพยานหลักฐานว่า มีน้ำหนักน่าเชื่อมากน้อยเพียงใด จากนั้นก็จะนำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริง ก่อนจะดำเนินการต่อไป

     รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบเด็กที่อยู่ในความดูแลของนางสมบัติ มีรายหนึ่งอายุ 7 ขวบ มีพ่อชื่อ นายพนม (ขอสงวนนามสกุล) แม่คือ น.ส.ลัญฉกร หรือ “โกะ” จันทมนัส แจ้งเกิดไว้ที่โรงพยาบาลขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งฝ่ายสืบสวน จะทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า น.ส.ลัญฉกร ได้นำเด็กคนอื่นมาแจ้งเกิดไว้ที่โรงพยาบาลขอนแก่นอีกหรือไม่

     ด้าน พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.น.9 กล่าวว่า ได้สั่งให้ พ.ต.อ.สุรนิตย์ พรหมบุตร รอง ผบก.น.9 เป็นผู้ควบคุมการสอบสวน พร้อมทั้งแจ้งข้อหาประกอบสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตและทำแท้งกับ น.ส.ลัญฉกร ก่อนส่งตัวไปฝากขังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นนั้น น.ส.ลัญฉกร ให้การรับสารภาพว่า เคยทำแท้งให้หญิงสาวด้วยตัวเองมาแล้วกว่า 100 ราย ส่วนซากทารกที่พบอีกกว่าพันศพที่พบในช่องเก็บศพของวัดไผ่เงินฯ นั้น ไปรับจ้างจากสถานพยาบาลอื่นๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการนำไปทำลาย ซึ่งคำให้การทั้งหมดนี้ก็สอดคล้องกับคำให้การของ นายสุชาติ ภูมี ผู้ช่วยสัปเหร่อวัดไผ่เงินฯ ที่ได้ให้การกับพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกรไว้ และยังสอดคล้องกับคำให้การของน้องสาวของ น.ส.ลัญฉกร ที่พักอยู่ด้วยกันอีกด้วย

     พล.ต.ต.ภัคพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจชันสูตรซากทารกทั้งหมดจากแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ ก่อนจะส่งผลไปที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจหาเอกลักษณ์บุคคล หรือดีเอ็นเอ ของคนเป็นพ่อแม่ เมื่อไปถึงขั้นตอนนั้นก็จะสามารถหาตัวแม่ผู้เดินทางมาทำแท้งได้ก็จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการมัดตัวผู้ต้องหาให้แน่นหนายิ่งขึ้น ส่วนกรณีที่ นายสุชาติ ผู้ช่วยสัปเหร่อวัดไผ่เงิน อ้างว่า นางสมบัติ สิโนทก อายุ 60 ปี แม่ของ น.ส.ลัญฉกร เป็นคนนำซากทารกไปให้ทำลายมานานหลายปีแล้วว่า ขณะนี้พยานหลักฐานยังสาวไปไม่ถึงตัวนางสมบัติ เนื่องจาก น.ส.ลัญฉกร ไม่ได้ให้การพาดพิง แต่หากมีข้อมูลเพียงพอเมื่อใดก็จะรีบออกหมายจับติดตามตัวมาดำเนินคดีตาม กฎหมายด้วยเช่นกัน



ทีมข่าวอาชญากรรม

รายงาน



กลับไป ด้านบน

Thaiza update: