ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เหิม!ยิงดต.หนองแขมดับ1สาหัส1ขณะขอตรวจค้นรถต้องสงสัย


โจ๋ดุ!ชักอาวุธปืนยิงใส่ ด.ต.สน.หนองแขมดับ ขณะขอตรวจค้นรถ ก่อนจะหันมายิงจ.ส.ต.จนล้มลง แล้วหลบหนีไป โชคดีมีพลเมืองดีผ่านมาพบจึงช่วยนำตนส่งโรงพยาบาล










     เมื่อเวลา 05.30 น.พ.ต.ท.วิชิต สวัสดี พนักงานสอบสวน สน.หนองแขม รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ ใกล้ปากซอยถนนเพชรเกษม 81 แขวงหนองพลู เขตหนองแขม กทม. จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน



     ที่เกิดเหตุพบศพ ด.ต.ชูกิจ เจริญธนารักษ์ อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ ป.สน.หนองแขม สน.หนองแขม สภาพศพสวมเครื่องแบบมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 11 มม.เข้าที่กลางหลังนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นไม้ริมทางเท้า ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ตราโล่ห์ ทะเบียน 51932 จอดอยู่ และยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่ 2 ปลอก ห่างออกไปอีก 200 เมตรบนทางเท้ายังพบแมกกาซีนปืนพกขนาด 11 มม.ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน



     นอกจากนี้ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งรายทราบชื่อ ว่าที่ ร.ต.ต.ประเสริฐ กล่ำศรี อายุ 46 ปี ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.หนองแขม ถูกยิงที่ลำคอทะลุกลางหลัง บาดเจ้บสาหัส เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลศรีวิชัย 2 ก่อนหน้านี้ ซึ่งล่าสุด อาการปลอดภัยแล้ว



     สอบสวน ว่าที่ ร.ต.ต.ประเสริฐ ให้การว่า ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่โดย ด.ต.ชูกิจ คนตายเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนตนซ้อนท้าย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบชายวัยรุ่นต้องสงสัยรูปร่างสูงโปร่งท่าทางมีพิรุธจึงเข้าทำการตรวจค้น แต่จังหวะนั้นคนร้ายได้ชักอาวุธปืนยิงใส่ ด.ต.ชูกิจ ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจนเสียชีวิตก่อนจะหันมายิงใส่ตนจนล้มลงแล้วอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป โชคดีมีพลเมืองดีผ่านมาพบจึงช่วยนำตนส่งโรงพยาบาล



     ด้าน พ.ต.ท.จักรพงษ์ กิ่งแก้ว สวป.สน.หนองแขม กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้ประมาทเพราะเข้าทำการขอตรวจค้นคนร้ายตามยุทธวิธีที่ฝึกฝนกันเป็นประจำอยู่แล้ว คดีนี้ถือเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ เนื่องจากคนร้ายไม่พูดพร่ำทำเพลงชักปืนยิงใส่ก่อน เท่าที่ดูจากพฤติกรรมการยิงและอาวุธของคนร้ายเชื่อว่าต้องไม่ใช่วัยรุ่นขี้ยาธรรมดา ส่วนแมกกาซีนพร้อมกระสุนบรรจุอยู่ 3 นัด ที่ทำตกไว้ก็เป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถทำให้ใส่ลูกกระสุนได้มากขึ้นคาดว่าคนร้ายคงเป็นบุคคลหลบหนีหมายจับหรือเคยก่อคดีสำคัญมาก่อนซึ่งเหตุการณ์นี้จะถือเป็นบทเรียนและเป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชา รวมถึงเพื่อนร่วมงานของ ด.ต.ชูกิจ จะจดจำเอาไว้ตลอดไป



     ส่วน ส.ต.อ.ธีรวุฒิ วงษ์ศรีวอ ผบ.หมู่ (ป.) สน.หนองแขม ซึ่งเคยเป็นคู่สายกับ ด.ต.ชูกิจ มาก่อน กล่าวว่า ผู้ตายเป็นอาจารย์ของตำรวจรุ่นน้องทุกคน มักจะทำหน้าที่คุ้มกันให้น้องๆ ยามเข้าตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย เป็นคนช่างสังเกตมีน้ำใจและรู้จักกับมวลชนในพื้นที่มาก โดยจุดที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เขต 1 ซึ่งก็ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบของผู้ตาย แต่ผู้ตายก็ยังแสดงความมีสัญชาตญาณจอดรถลงไปตรวจคนต้องสงสัยทันทีที่พบเห็น ส่วนมาตรการป้องกันที่ผ่านมานั้นท่าน พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ตั้งวงษ์เจริญ ผกก.สน.หนองแขม ได้หาเสื้อเกราะกันกระสุนมาให้สายตรวจแล้ว 3-4 ตัวต่อหนึ่งผลัด แต่ก็ยังไม่เพียงพอเนื่องจากเวลาเข้าเวรจะปฏิบัติหน้าที่กันผลัดละ 10 คน



     ด.ต.ชนกานต์ มโนธรรมจิตต์ ผบ.หมู่ (ป.) สน.หนองแขม กล่าวว่า ช่วงวันและเวลาดังกล่าวตนจะต้องปฏิบัติหน้าที่คู่ตรวจกับ ด.ต.ชูกิจ แต่มาติดทำธุระที่นิติเวช รพ.ศิริราชให้กับหลานสาวที่ตกตึกเสียชีวิต จึงไหว้วานให้ จ.ส.ต.ประเสริฐ ปฏิบัติหน้าที่แทนเวร สำหรับตัว ด.ต.ชูกิจ นั้นเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน และเป็นที่รักใคร่กับผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน รู้สึกเสียใจกับการสูญเสีย ด.ต.ชูกิจ และ จ.ส.ต.ประเสริฐ เพื่อนร่วมงานที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้



     ต่อมา พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. กล่าวภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม ซึ่งเราได้เชิญตัวบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จึงกำชับให้ตำรวจเจ้าของพื้นที่เร่งรวบรวมรายละเอียดทางคดีให้ได้มากที่สุด เพื่อนำเข้าที่ประชุมกองบัญชาการตำรวจนครบาลในช่วงเที่ยงวันนี้ ซึ่งจะมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.เดินทางมาเป็นผู้ควบคุมคดีด้วยตนเองต่อไป



     ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระวังตัวให้มากในการปฏิบัติงานให้มากขึ้น ซึ่งตนเคยเน้นย้ำเกี่ยวกับการออกปฏิบัติหน้าที่และการใส่เสื้อเกราะเพื่อป้องกันตัว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย คนร้ายชักอาวุธปืนยิงใส่ โดยที่ตำรวจทั้งสองนายไม่ทันตั้งตัว เบื้องต้นเหตุคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในละแวกดังกล่าว หรือเป็นผู้ต้องหาที่หลบคดี แต่ข้อมูลตรงนี้เจ้าหน้าที่ยังได้มาไม่มากนัก ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนี ประกอบกับสอบปากคำนายตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย



     พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวต่อว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีการชักปืนออกมายิงก่อน ยกเว้นกรณีที่มีการต่อสู้ขัดขืนของคนร้าย ช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เห็นวัยรุ่นชายมีพิรุธผิดปกติจึงเรียกตรวจค้นตามปกติ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจู่ๆคนร้ายจะชักปืนออกมายิงใส่ก่อน การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ จะได้รับการปูนบำเหน็จ 7 ขั้น 5 ชั้นยศ เป็น พ.ต.ท. ส่วนบุคคลในครอบครัวทั้งภรรยาและบุตรจะมีสิทธิในการเข้ารับราชการตำรวจต่อไป ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้นสมาคมข้าราชการตำรวจและมูลนิธิฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือแล้วจำนวน 2 แสนบาท







ทีมข่าวอาชญากรรม



รายงาน




กลับไป ด้านบน

Thaiza update: