ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

พบรถสามล้อที่พาคนร้ายออกจากที่เกิดเหตุแล้ว

ข่าวอาชญากรรม วันที่ 20 ส.ค.เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลักลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายคนร้ายตามภาพ สเก็ตเรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้นแจ้งไว้ 5 ข้อหา ส่วนการแจ้งข้อหาเพิ่มนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอบรวมพยานหลักฐาน และยังไม่พบเบาะแสของบุคคลในหมายจับ ยืนยันว่าขั้นตอนการดำเนินการคืบหน้าไปมากพอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

     ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายชาวเยอรมันและชาวฝรั่งเศสมาสอบสวนนั้น ระบุว่าทั้ง 2 บุคคล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวจึงปล่อยตัวไป ส่วนคนขับรถสามล้อที่รับส่งคนร้ายในช่วงที่ก่อเหตุนั้น จะต้องไปสอบถามข้อมูลที่สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ

     ด้าน พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. กล่าวว่า กรณีมีคนร้ายปาระเบิดมาจากบนสะพาน บริเวณท่าเรือสาทรนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดไปร์บอม แต่ยังไม่สามารถระบุชนิดได้ ซึ่งจะต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ก่อน ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ยานนาวาตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดระเบิดนั้น

     เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ส่วนความเชื่อมโยงระหว่างระเบิดที่ท่าเรือสาทร ใต้สะพานตากสิน และศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสัมพันธ์กัน ส่วนวิธีการของคนร้ายที่ปาระเบิดลงมานั้น ยังไม่ สันนิษฐานว่าใช้ยานพาหนะใดก่อเหตุ ถึงแม้ว่ากล้องวงจรปิดจะมีการติดตั้งทุกจุด แต่ในบริเวณจุดดังกล่าวกล้องไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้ เนื่องจากดูจากภาพจากกล้องแล้วไม่มีความละเอียด จึงให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกลับไปตรวจสอบอีก ครั้งหนึ่ง

     พล.ต.ต.ชาญเทพ กล่าวต่อว่า อาจเป็นไปได้ว่าคนร้ายมาสังเกตการณ์ล่วงหน้าหลายวันก่อนลงมือก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สรุปว่าวัตถุระเบิดมีการวางไว้ล่วงหน้าหรือปาลงมาจากสะพาน ในส่วนเส้นทางคนร้ายลงมือก่อเหตุระเบิดบริเวณศาลพระพรหมนั้น ขณะนี้ได้ตรวจสอบแล้วว่า บริเวณซอยสีลม 9 เป็นจุดสุดท้ายที่คนร้ายให้หลบหนี ซึ่งขณะนี้กำลังไล่กล้องวงจรปิดกันอยู่ ตอนนี้ตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปบางส่วน

     ผู้สื่อข่าวถามว่า คนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ยังคงหลบหนีอยู่ภายในประเทศไทยหรือไม่นั้น พล.ต.ต.ชาญเทพ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากทาง ตม. รายงานมาว่ายังไม่พบกลุ่มผู้ต้องสงสัย แต่ที่ทาง ตม. เรียกมา ตรวจสอบนั้น ปรากฏว่ายังไม่เข้าข่ายผู้กระทำความผิด ส่วนกรณีบุคคลที่ทางเจ้าหน้าที่คาดว่า ชายเสื้อเหลือง และเสื้อขาวนั้น ตนคิดว่าน่าจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ยังต้องรอตรวจสอบต่อไป

     อย่างไรก็ตามจากที่คนร้ายได้ลงมือก่อเหตุเสร็จสิ้นแล้วได้เดินทางหลบหนีไปกับรถสามล้อนั้นขณะนี้สามารถทราบทะเบียนรถคันดังกล่าวแล้วซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามตัวมาสอบสวน คาดว่าในวันนี้คงจะได้ตัวมาสอบสวนเพื่อหาข้อมูลเบาะเเสคน ร้ายต่อไป

     ต่อมา พล.ต.ท.ศรีวราห์ ประชุมชุดสืบสวนสอบสวน 88 สน. จัดการความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ยุทธการ " ปิดเมือง ค้นรังโจร เอ็กซเรย์พื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อวางแนวทางป้องกันเหตุในพื้นที่ โดยจะมีการตั้งด่านความมั่นคง เฝ้าระวังป้องกันพื้นที่ทุก ตารางนิ้ว เอ็กซเรย์พื้นที่โดยเฉพาะบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอาศัยอยู่ และ อพาร์ทเม้น รวมถึงโรงแรมต่างๆ เพื่อหาข้อมูลบุคคลตามหมายจับ ซึ่งกำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการภายใน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 21-23 ส.ค. และปิดล้อมตรวจค้นแหล่ง เป้าหมาย โดยกำหนดให้ทุกกองบังคับการประชุมวางแผนแนวทางในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00น. และรายงานผลกลับมายัง บช.น. ต่อไป

     ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพร้อมกับสั่งการให้ตรวจสอบ ย้อนหลังไป 1 ชั่วโมง ก่อนเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้อง ว่า มีจำนวนกี่คน และมีความ เคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุบ้าง และไม่ให้ใครทำอะไร กับวงจรปิดทั้งหมดดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จากโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ที่อยู่ใกล้กับ ศาลท้าวมหาพรหม ก็ยังไม่พบทะเบียนของรถสามล้อ ที่รับผู้ต้องหา มาจุด เกิดเหตุ ทั้งนี้วิงวอนให้ผู้ที่ขับรถสามล้อคนดังกล่าวเข้ามาพบตำรวจโดยด่วน

     พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า นับจากวันนี้ไป ตำรวจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะมีการตรวจค้น แบบเอ็กซ์เรย์ ในพื้นที่ทั่วกทม. เพื่อเร่งค้นหาผู้ต้องสงสัยซึ่งมั่นใจ ว่า คดีนี้ จะสามารถจับกุม คนร้ายได้อย่างแน่นอน นอกจากออกหมายจับชายต้องสงสัย 1 คนแล้ว ยังมีบุคคลที่สงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องอีก 3 คน ซึ่งมีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิดขณะที่คนร้ายก่อเหตุ คือชายสวมเสื้อแดง ชายเสื้อขาว และหญิงเสื้อดำ

     ซึ่งทั้งสามคน มีพฤติกรรมต้องสงสัย คือลุกให้นั่ง และทำท่าทางเหมือนยืนบังขณะที่คนร้ายวางกระเป๋า ทั้งนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบการเข้า และออกบริเวณศาลพระพรหมของทั้ง สามคน กำลังตรวจดูภาพจากวงจรปิดทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ แต่เชื่อว่าหากเป็นขบวนการคนร้ายคงไม่เข้า-ออกพร้อมกับชายเสื้อเหลืองที่วางระเบิด

     อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นออกภาพสเก๊ตช์ หรือขออนุมัติหมายจับทั้งสามคนยังเป็นเพียงการสงสัย ต้องตามตัวมาสอบปากคำ หากสืบสวนสอบสวนว่าเกี่ยวข้องก็เป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการออกหมายจับกุมต่อไป

     พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ที่ตนพูดว่าให้คนไทยช่วยกันให้ข้อมูลและเป็นหูเป็นตาในการป้องกันเหตุ เพราะเรากำลังเผชิญกับศึกนอก เนื่องจากผู้ที่ออกหมายจับเบื้องต้นระบุว่าเป็นชายต่างชาติ จึงพูดไปเช่นนั้น

     อย่างไรก็ตามในทางคดีตำรวจพยายามสืบสวนสอบสวนครอบคลุมทุกประเด็น โดยตั้งแต่เกิดเหตุก็มีการประสานข้อมูลไปยังตำรวจสากล เพื่อตรวจสอบชข้อมูลและช่วยเหลือทุกๆด้าน

    

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: