ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

รวบหนุ่มปทุมตระเวนลักทรัพย์ห้างโลตัสทั่วประเทศ กว่า 30 ครั้ง

รวบหนุ่มปทุมตระเวนลักทรัพย์ห้างโลตัสทั่วประเทศ กว่า 30 ครั้ง

 

ข่าวอาชญากรรม นายธนฤทธิ์ ศรีดาผัน อายุ 34 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ลงวันที่ 31 ธ.ค.2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืน” ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวได้ที่ ปั้มน้ำมันเอสโซ่ ริมถนนสายรังสิต-ปทุมธานี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

        ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นายธนฤทธิ์ ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน ออกตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์อุปกรณ์เครื่องทำอาหาร อาทิ เตาปิ้งย่างไฟฟ้า ตู้สแตนเลสและอุปกรณ์เก็บอาหารต่างๆ ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ตามสาขาต่างๆในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยทำทีอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทรับซ่อมอุปกรณ์เข้าไปติดต่อขอเบิกอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมาซ่อมบำรุง

        จากนั้นก็จะใช้ใบเบิกสินค้าที่ปลอมแปลงขึ้นมาเป็นหลักฐานตบตาพนักงานห้างฯ จนพนักงานของห้างฯหลงเชื่อ ยอมให้ผู้ต้องหากลุ่มนี้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ดังกล่าวออกไป ซึ่งเมื่อได้ของตามที่ต้องการแล้วผู้ต้องหากลุ่มนี้ก็จะนำสิ่งของที่ได้ไปขายต่อยังร้านรับซื้อของมือสองย่านตลาดคลองทรัพย์ ตลาดนิมิตใหม่ หรือโพสต์ประกาศขายทางอินเตอร์เน็ต กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบเบาะแสจากกล้องวงจรปิดจึงลงพื้นที่แกะรอยจนทราบตัวผู้ก่อเหตุพร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัดก่อนขออนุมัติหมายจับจากศาลเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว


 

 


        จากการสอบสวน นายธนฤทธิ์ ผู้ต้องหารายนี้ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาซ่อมแอร์ภายในห้างสรรพสินค้าต่างๆมีรายได้ตกเดือนละเกือบ 1 แสนบาท มีเงินเก็บในธนาคารเกือบ 20 ล้านบาท แต่ต่อมาถูกเพื่อนร่วมงานหลอกให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับรับเหมาจนหมดตัวกลายเป็นคนตกงานขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนต้องยอมขายบ้านนำเงินมาชำระหนี้สินที่ติดค้างจากการทำธุรกิจดังกล่าวจนหมด จึงได้ชักชวนเพื่อนที่รู้จักกันอีก 2 คน ออกตระเวนลักทรัพย์ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆทั่วประเทศ

        โดยจะเน้นเฉพาะห้างเทสโก้โลตัสเป็นหลัก เนื่องจากมีความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการเบิกสินค้าของทางห้างฯเป็นอย่างดี โดยเริ่มลงมือก่อเหตุมาแล้วตั้งแต่ปี 54 หลังน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ทำมาแล้วกว่า 30 ครั้งก่อนจะมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: