ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

มูลนิธิกระจกเงา สรุปเด็กหายปี 2560 ยอดมากถึง 422 ราย

มูลนิธิกระจกเงา สรุปเด็กหายปี 2560 ยอดมากถึง 422 ราย

โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา แถลงสถิติเด็กหายปี 2560 โดย นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า สถิติรับแจ้งเด็กหาย ปี 2560 มีจำนววนทั้งสิ้น 422 ราย ซึ่งสาเหตุหลักกว่า 84% คือเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน อายุเฉลี่ยระหว่าง 13-15 ปี โดยเด็กหญิงจะหายออกจากบ้านมากกว่าเด็กชายเกือบ 3 เท่า ขณะเดียว พบว่า เด็กที่หายออกจากบ้านมีปมปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัจจัยในการตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่ลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง ด่าทอ และการห้ามเด็กทำสิ่งต่างๆ โดยไม่อธิบายเหตุผล นอกจากนี้ ยังพบว่า เด็กที่หายออกจากบ้าน มีแนวโน้มถูกชักชวนไปอยู่กับแฟนหรือคนที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ และมีความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกันหรือป้องกันไม่ถูกวิธี

นายเอกลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มสถานการณ์เด็กหาย พบว่า 3 ปีที่ผ่านมา มีสถิติรับแจ้งเด็กหายลดลงทุกปี แต่ก็ยังถือว่ามีความรุนแรง เนื่องจากแต่ละปี มีเด็กหายออกจากบ้านเกินกว่า 400 คน โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด คือวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 11-15 ปี

ส่วน พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกูร หัวหน้ากลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา กล่าวว่า สถาบันนิติเวชวิทยา ได้ดำเนินโครงการศูนย์กลางข้อมูลสารพันธุกรรม(เด็ก)ในประเทศไทย มาตั้งแต่ปี2553จนถึงปัจจุบัน มีการเก็บข้อมูลสารพันธุกรรมเด็กไว้ในฐานข้อมูลประมาณ1,292 ราย และฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าเป็นหน่วยงานแรกในประเทศไทยที่ใช้กระบวนการสร้างภาพสเก็ตช์เด็กหายให้มีอายุเทียบเท่าปัจจุบัน (Age Progression) โดยใช้หลักสากลคือเด็กหายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังตามหาไม่พบจะทำการสเก็ตช์ภาพเพิ่มอายุ ทุก 2 ปี ส่วนเด็กหายที่มีอายุเกิน 18 ปี จะทำการ สเก็ตช์ภาพทุก 5 ปี ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้น จะเป็นช่วงเวลาที่ลักษณะใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง และที่ผ่านมากองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ร่วมมือกับมูลนิธิฯ ทำภาพ สเก็ตช์ดังกล่าว มาแล้วจำนวน 7 ภาพ ภาพสเก็ตซ์

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ. ชัยวัฒนะ ยังกล่าวทิ้งท้าย ว่า ผู้ปกครองต้องให้ความรัก ความอบอุ่น ดูแลเด็ก อย่างใกล้ชิดไม่ให้เกิดปัญหาในครอบครัว รับรู้ข้อมูลเด็กอย่างต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายผู้ปกครองโดยสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้เด็กอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรืออยู่ตามลำพัง และ ให้คำแนะนำเด็กให้รู้ถึงวิธีการล่อล่วงของคนร้ายฝึกให้เด็กได้มีทักษะการสังเกตจดจำเบื้องต้น

ภาพ : rakluke.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: