Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

ผบ.ตร.นำทีมแถลงจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกม ยืนยันชัด ณิชา คือเหยื่อ

ผบ.ตร.นำทีมแถลงจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกม ยืนยันชัด ณิชา คือเหยื่อ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ใช้บัตรATM ของ นางสาว ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ เพื่อนำไปเปิดบัญชี หลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้เสียหาย

     โดยมีนายอายัค ไซมอน อีโก้ สัญชาติแคเมอรูน เป็นหัวหน้าแก๊งค์โรแมนซ์สแกรม ทำการว่าจ้าง หญิงสาวชาวไทย 3 คน ประกอบด้วย นางสาวเจรติ สายสิน,นางสาวปวีณา สิงห์วิบูล และ นางสาวพรหมพร พงษ์เจริญคุณากร เพื่อให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร ใช้ในการรับโอนเงินจากผู้เสียหาย จำนวน 8 ธนาคาร รวม 10 บัญชี และสามารถจับกุมผู้ต้งหาได้ครบทั้ง 4 คนแล้ว ซึ่งคดีนี้ มีการกระทำความผิดเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพ จ.นนทบุรี และ จ.ตาก

     ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ขณะนี้จากพยานหลักฐานที่ปรากฎ ทั้งจากการสอบปากคำผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ธนาคาร และนางสาวณิชา แล้ว พบว่า นางสาว ณิชา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหา และเป็นผลมาจากการทำบัตรประชาชนหาย ก่อนที่จะถูกกลุ่มผู้ต้องหา นำไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรับโอนเงินจากผู้เสียหาย และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง พื้นที่ สภ.บ้านตาก จ.ตาก โดยผู้ต้องหา ก็ยืนยัน ไม่รู้จักกับนางสาวณิชา แต่อย่างใด

     ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ระบุว่า แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่า ข้อสงสัยหลายประเด็น ทั้งการทำบัตรประชาชนหาย ที่ ร้านสะดวกซื้อ จากนั้น นางปวีณา ผู้ต้องหา ได้ มาเก็บบัตรของนางสาวณิชา ไป เพื่อเปิดบัญชี ส่วนที่มีการโอนเงินจากบัญชีของนางสาวณิชา บัญชีจริง เนื่องจาก นางปวีณา ทราบว่า นางสาวณิชา ได้เปิดบัญชีธนาคารเดียวกันไว้ จึงอ้างตัวเป็นนางสาวณิชา เพื่อขอรับบริการในการโอนเงินให้สะดวกขึ้น



     และเมื่อนางสาวณิชา ทราบว่า มีความเคลื่อนไหว ในบัญชีผิดปกติ จึงแจ้งถอนเงินออกจากบัญชี นางสาวปวีณา จึงโทรไปสอบถามกับทางธนาคารว่าใครเป็นผู้ถอนเงินทางธนาคารจึงแจ้งว่านางสาวณิชาเป็นคนถอนเงินไป

     นางสาวปวีณา จึงได้ขอเบอร์ติดต่อ และทำที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรกลับไปหานางสาวณิชาเพื่อสอบถามและยืนยันว่าได้ถอนเงินออกไปจากบัญชีหรือไม่ จึงเป็นที่มาว่า เหตุใดผู้ต้องหาจึงโทรศัพท์ ติดต่อกับนางสาวณิชชา โดยใช้เวลา 29 วินาที

     ส่วน ประเด็นของเงินหมุนเวียนในบัญชีจำนวน 6 ล้านบาทของนางสาวณิชานั้นพบว่ามีความเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งไม่ใช่เป็นเงินก้อนเดียวจำนวน 6 ล้านบาทแต่เป็นเงินที่มีการหมุนเวียนเข้าบัญชีเนื่องจากการทำธุรกิจเฉลี่ยเดือนละประมาณ 3 แสนบาทและไม่มีความเกี่ยวข้องกับเงินที่รับโอนจากแก๊งของผู้ต้องหาแต่อย่างใด


ขณะที่วันนี้นางสาวณิชา และพี่สาว ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ไขคดีให้เกิดความกระจ่างชัด เพราะที่ผ่านมา การใช้ชีวิตของตนเอง ก็ไม่ปกติ ต้องไปพบตำรวจ ไป พบสื่อ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และเหตุการณ์ครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 ข่าวล่าสุดที่น่าสนใจ

กลับขึ้นด้านบน