ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

รวบโจรบุกโจรกรรมทรัพย์สินตามสถานประกอบการนับครั้งไม่ถ้วน อ้างหาเงินรักษาโรคเอดส์

รวบจอมโจรบุกโจรกรรมทรัพย์สินตามสถานประกอบการนับครั้งไม่ถ้วน อ้างหาเงินรักษาโรคเอดส์

วันนี้ (23 พ.ค.61) พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ควบคุมตัวนายนมัสการ แก้วเรือง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 ถนนราชนิคม ต.ท่าวัง อ.เมือง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในคดีลักทรัพย์หลายคดีในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริษัทซิงเกอร์ สาขาย่อยสถานีรถไฟ ต.ท่าวัง อ.เมือง หลังจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ (22 พ.ค.61)

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากได้เกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าโจรกรรมทรัพย์ตามสถานประกอบการต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทซิงเกอร์ สาขาย่อยสถานีรถไฟ มีนายจิระพัฒน์ แสนเสนา เป็นผู้จัดการได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ว่า มีคนร้ายบุกเข้ามาทางด้านหลังปีนหลังคาบนชั้น 2 แล้วลงมาขโมยทรัพย์สินทั้งเงินสดรวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้ามาแล้วถึง 4 ครั้ง ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามขณะที่คนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในร้านดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้อย่างละเอียด ต่อมาตำรวจได้นำภาพวงจรปิดมาตรวจสอบและทำการสืบสวนสอบสวนและไปขอหมายจับจากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังศาลอนุมัติหมายจับทางตำรวจก็สามารถจับกุมคนร้ายได้ที่บ้านพัก พร้อมนำตัวมาสอบสวน ในที่สุดนายนมัสการฯ ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพข้อกล่าวหา

พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ ผกก.สภ.เมือง กล่าวว่า ครั้งแรกการสอบปากคำนายมนัสการฯ ให้การปฏิเสธ เมื่อตำรวจนำภาพวงจรปิดมาเปรียบเทียบกับรอยสักในตัวที่เห็นอย่างชัดเจน ผู้ต้องหาจึงสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุลักทรัพย์ภายในสถานที่ต่างๆ จริง โดยเข้าไปขโมยทรัพย์สินที่ร้ายบริษัทซิงเกอร์แห่งนี้ 4 ครั้ง , ร้านขายของชำ ถนนพัฒนาการคูขวาง 3 ครั้ง และยังขโมยรถจักรยาน 2 ล้อพื้นที่ ต.โพธิ์เสด็จ อีก 1 ครั้ง รวม 8 ครั้ง

นอกจากนั้นนายนายมนัสการฯ ยังให้การอีกว่า ส่วนใหญ่จะเลือกก่อเหตุในช่วงหลังเที่ยงคืน เนื่องจากผู้คนเริ่มพักผ่อน และปลอดสายตาประชาชน โดยเลือกอาคารที่ไม่มีคนอาศัย และเป็นคนว่างงาน อีกทั้งยังมีโรคประจำตัวคือโรคเอดส์ หลังจากได้ทรัพย์สินมาแล้วจะนำไปขายในราคาถูก เอาเงินมารักษาโรคเอดส์ กระทั่งมาโดนจับกุม และหลังจากทำแผนเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่านายมนัสการฯ กำลังปีนหลังคาทางด้านหลังร้านชั้น 2 เมื่อเข้าไปได้ก็ทำการรื้อค้นทรัพย์สินต่างๆ ตามลิ้นชักในร้าน โดยขณะก่อเหตุนายมนัสการฯ ได้หันไปเห็นกล้องวงจรปิดอยู่รอบ จึงใช้ทั้งกระจก และกล่องกระดาษมาปิดบังใบหน้า แต่ก่อนปิดใบหน้านั้นกล้องจับภาพไว้ได้อย่างละเอียดยิบ จนเจ้าหน้าที่ได้นำไปเป็นหลักฐานก่อนจะออกไล่ล่าจับกุมได้ในที่สุด.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: