ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เวรกรรมตามทัน!! จับ อดีตตำรวจ ใช้ตำแหน่งขู่เอาเงินชาวบ้าน แล้วบวชพระหนีคดี

 

เวรกรรมตามทัน!! จับ อดีตตำรวจ ใช้ตำแหน่งขู่เอาเงินชาวบ้าน แล้วบวชพระหนีคดี

 

          กองปราบฯ รวบเจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขู่เอาทรัพย์สินประชาชน จากนั้นหนีคดีไปบวชอยู่เป็นเวลาหลายปี

 

          วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม สั่งการให้ สืบสวนติดตามจับกุมตัว จ.ส.ต.ชาญ หรือ นายชาญ อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2552 กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 157, 83

 

          สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2542 นายโสพิศ เมฆจันทร์ ได้เดินทางออกจากบ้านในตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ โดยนั่งโดยสารขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ขณะนั่งรถไฟออกจากสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช มีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนมานั่งใกล้ๆ

 

          เมื่อขบวนรถไฟแล่นถึงสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง จ.ส.ต.ชาญ และสิบตำรวจเอกสุนทร ได้ขึ้นขบวนรถไฟมาปฏิบัติหน้าที่ และได้ทำการตรวจค้นตัว นายโสพิศ เนื่องจากมีพิรุธ แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จ.ส.ต.ชาญ มีผลกิจ จึงได้ขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน แต่ นายโสพิศ ไม่ได้นำบัตรประชาชนติดตัวมา จ.ส.ต.ชาญ และสิบตำรวจเอกสุนทร จึงได้นำตัวนายโสพิศและผู้หญิงที่นั่งใกล้กันไปที่ตู้เสบียง แล้วข่มขู่กล่าวหาว่าไม่พกบัตรประชาชนติดตัว และนำคนต่างด้าวเข้าเมือง

 

          โดย จ.ส.ต.ชาญ ใช้มือตบหน้านายโสพิศ หลังจากนั้นได้นำตัวนายโสพิศ และหญิงคนดังกล่าวไปที่ตู้ทำงานแล้วพูดว่า ถ้าอยากจบเรื่องนี้ ให้นำเงินมาให้ 20,000 บาท แต่นายโสพิศบอกว่าไม่มีเงินจะให้ จ.ส.ต.ชาญ จึงล้วงกระเป๋ากางเกงของนายโสพิศ นำเงินออกจากกระเป๋า พบมีเงินจำนวน 6,600 บาท เงินประเทศลาว 1 ฉบับ ราคา 1,000 กีบ และสร้อยคอทองคำ 2 เส้น น้ำหนัก 2 สลึง 1 เส้น และน้ำหนัก 1 สลึง 1 เส้น จึงได้ยึดเอาเงิน 5,000 บาท และสร้อยคอทองคำ 2 สลึง 1 เส้น

 

          กระทั่งต่อมา นายโสพิศ ได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จนกระทั่งมีการออกหมายจับ และได้มีคำสั่งไล่ จ.ส.ต.ชาญ ออกจากราชการ ฐานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ โดยภายหลังถูกไล่ออกจากราชการ นายชาญได้หลบหนีคดีโดยการบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่ วัดศรีอุทัย ในอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี

 

          ต่อมาจนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ถูกเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับกุมตัวได้บริเวณวัดศรีอุทัยจังหวัดสระบุรี ซึ่งจากการสอบถาม จ.ส.ต. หรือ นายชาญ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหาดังกล่าว

 

Cr : Sanook

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: