ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

โหดเหี้ยม แม่เลี้ยงอำมหิต ทรมานลูกเลี้ยง 8 ขวบ สาดน้ำร้อน ตัดติ่งหู พ่อไม่รู้ว่าถูกทำร้าย

 

โหดเหี้ยม แม่เลี้ยงอำมหิต ทรมานลูกเลี้ยง 8 ขวบ สาดน้ำร้อน ตัดติ่งหู พ่อไม่รู้ว่าถูกทำร้าย

 

          แม่เลี้ยงอำมหิต ทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงวัย 8 ขวบ อย่างทารุณ ด้านลุงรับไม่ได้หลังจากทราบเรื่อง ร้องเรียนมูลนิธิปวีณาฯเข้าช่วยเหลือ พ่อเด็กตกใจไม่รู้ลูกถูกทำร้าย

 

          เดลินิวส์ออนไลน์ รายงาน วันที่ 5 มีนาคม 2562 ว่า ทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้รับการร้องเรียนจาก นายเอก (นามสมมุติ) ว่า หลานสาว คือ ด.ญ.บูม (นามสมมติ) อายุ 8 ขวบ ลูกของน้องสาวที่อาศัยอยู่ที่ ต.รวมไทย อ.พบพระ จ.ตาก ถูกแม่เลี้ยงทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ โดยเมื่อประมาณเดือนธันวาคม ปี 2561 หลานถูกตัดติ่งหู ต่อมาประมาณเดือนมกราคม ปี 2562 ถูกน้ำร้อนสาดที่บริเวณลำตัว และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถูกทำร้ายโดยการจับศีรษะโขกกับท่อปูนซีเมนต์ ทำให้ต้องเย็บแผลถึง 5 เข็ม นอกจากนี้ยังเบ้าตาซ้ายและคางช้ำแตกอีกด้วย กระทั่งน้องสาวอีกคนซึ่งเป็นน้าของเด็กเห็นบาดแผลเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา และส่งรูปมาให้ดู ตนจึงได้ร้องเรียนมายังมูลนิธิ

 

          หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ ได้ประสาน พ.ต.อ. สมพงษ์ ไสยมรรคา ผกก.สภ.พบพระ และนายธนัฐโชค บุญพงษ์ปริตร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปวีณาฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เมื่อสอบถาม ด.ญ.บูม ก็พบว่ามีอาการหวาดกลัวแม่เลี้ยง และยืนยันว่าถูกทารุณมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่กล้าบอกพ่อ เพราะกลัวแม่เลี้ยงจะทำร้ายตนอีก เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พร้อมกับรับตัว ด.ช.เอ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นคู่แฝด เข้ารับการคุ้มครองและฟื้นฟูสภาพจิตใจที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตาก

 

          ทางด้านคดี พนักงานสอบสวน สภ.พบพระ สอบปากคำผู้เป็นลุง ทราบว่าแม่แท้ๆของเด็กซึ่งเป็นน้องสาวเสียชีวิตไปแล้ว ระหว่างนี้พนักงานสอบสวนจะนัดสอบปากคำเด็ก และรอผลจากแพทย์เพื่อแจ้งข้อหาแม่เลี้ยงอีกครั้ง ส่วนพ่อเด็กรู้สึกตกใจมากเมื่อทราบความจริง ให้การว่าไม่รู้มาก่อนว่าลูกถูกแม่เลี้ยงทำร้าย เพราะเวลาเห็นลูกเจ็บก็จะบอกว่าวิ่งเล่นหกล้มเอง

 

 

Cr : เดลินิวส์ออนไลน์,Facebook มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี,Kapook

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: