ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ผบ.ตร. สั่งเร่งล่าคนร้ายดักยิง 'ร.ต.อ.วัชรินทร์' ดับคารถหน้าบ้าน


ผบ.ตร. สั่งเร่งล่าคนร้ายดักยิง 'ร.ต.อ.วัชรินทร์' ดับคารถหน้าบ้าน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ เสียชีวิตภายในรถยนต์ บริเวณหน้าบ้านพักภายในเขตพื้นที่ สภ.เมืองสงขลา ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองสงขลา ว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 เวลาประมาณ 14.30 น. ได้รับแจ้งเหตุให้คนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บและภายหลังเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลสงขลา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว บริเวณริมถนนสาธารณะ หน้าบ้านพักเลขที่  150/10 หมู่ 8 ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา  

พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวช และผู้ที่เกี่ยวข้องจึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน ขง 9558 สงขลา ลักษณะ กระจกด้านซ้ายแตก ด้านขวา มีร่องรอยกระสุนปืนทะลุ โดย พบเศษชิ้นส่วนหัวกระสุน ไม่ทราบชนิดและขนาด จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน จากนั้นจึงได้ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อายุ 46 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ จึงได้ร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย โดยพบว่ามีรอยบาดแผลจากกระสุนปืนตามร่างกายหลายนัด

จากการสืบสวนสอบสวนพยาน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุ เพื่อกลับมาพักผ่อนบริเวณหน้าบ้านพักของตน ต่อมาได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับรถยนต์เก๋ง สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อ และป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน มาประกบรถยนต์ของผู้ตายจากทางฝั่งซ้ายของตัวรถยนต์ แล้วใช้อาวุธปืนยิงมายังผู้ตายซึ่งอยู่ภายในรถยนต์เก๋งอยู่หลายนัด จากนั้นจึงได้ขับรถยนต์คันก่อเหตุหลบหนีไป

 สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุในครั้งนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน โดยได้กำชับให้ทุกพื้นที่ กำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายเช่นนี้ขึ้นอีก

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: