ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

รวบหนุ่มบุกยิงพ่อตาแม่ยาย ตายคาบ้านพัก เหตุจับกลุ่มนินทา ลูกสาวที่ถูกคู่เขยข่มขืน

 

รวบหนุ่มบุกยิงพ่อตาแม่ยาย ตายคาบ้านพัก เหตุจับกลุ่มนินทา ลูกสาวที่ถูกคู่เขยข่มขืน

          นายสฤษดิ์ หรือรอน เคียนตะคุ อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครราชสีมาที่ 226/2545 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2545 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” (หลบหนีคดีมา 19 ปี)

 

          พฤติการ์ณแห่งคดี เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2543 นายศุภกร สินธนานิธิ ซึ่งเป็นคู่เขยกับนายสฤษดิ์ฯ (ผู้ต้องหา) ได้ใช้กลอุบายล่อลวงบุตรสาวของนายสฤษดิ์ฯ ไปจากโรงเรียน โดย นายศุภกรฯ และบุตรสาวของ นายสฤษดิ์ฯ ได้หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้ จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ถัดมา บุตรสาวของ นายสฤษดิ์ฯ ได้กลับมาที่บ้านพัก โดยมีท่าทางซึมเศร้า ไม่ยอมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ครอบครัวฟัง แต่นายสฤษดิ์ฯ เชื่อว่า บุตรสาวของตนน่าจะถูก นายศุภกรฯ ข่มขืนกระทำชำเรา ครอบครัวจึงได้พาบุตรสาวของ นายสฤษดิ์ฯ ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปักธงชัย ส่วน นายศุภกรฯ ได้หลบหนีไป

 

          ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2543 เวลาประมาณ 18.30 น. ขณะที่ นายสฤษดิ์ฯ กำลังเดินผ่านบ้านพักของ นายพิณ ซอพรมราช และ นางเล ซอพรมราช ซึ่งเป็นพ่อตาและแม่ยายของนายสฤษดิ์ฯ นายสฤษดิ์ฯ เห็น นายศุภกรฯ และบุคคลอื่นกำลังยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ภายในบ้านดังกล่าว ในทำนองพูดจาทำให้บุตรสาวของนายสฤษดิ์ฯ เสื่อมเสีย ด้วยความโกรธ นายสฤษดิ์ฯ จึงได้กลับไปเอาอาวุธปืนชนิดลูกโม่ ที่บ้านพักซึ่งอยู่ใกล้กัน จากนั้นได้เดินกลับมาที่บ้านของ นายพิณฯ และ นางเลฯ อีกครั้ง เมื่อมาถึง นายสฤษดิ์ฯ ได้ใช้อาวุธดังกล่าวยิงเข้าไปในกลุ่มของนายศุภกรฯ จำนวน 6 นัด กระสุนปืนถูก นายพิณ (พ่อตา) เสียชีวิต และ นางเลฯ (แม่ยาย) ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้น นายสฤษดิ์ฯ ได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลไว้

 

          ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาประกอบอาชีพรับจ้างและพักอาศัยอยู่ที่บริเวณตำบลหนองรี อำเภอบ้านสวน จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตอดตาม ไปจับกุมไว้ได้ จากการซักถาม นายสฤษดิ์ฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: