ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

รวบหนุ่มสุพรรณฯ หลอกเกษตรกร 140 ราย ร่วมลงทุนส่งกุ้งขาวแวนนาไม

 

           พลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บััญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงจับกุม นายวีระพัฒน์ หรือยู พฤกษาปรินนท์ อายุ 34 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 670/2562 ลงวันที่  18 ตุลาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า "ฉ้อโกงประชาชน และการกู้ยืมเงิน โดยจัดให้มีบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ชักชวนบุคคลต่างๆ เพื่อให้มีการกู้ยืมเงิน โดยตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้กู้ยืมในอัตราที่สูงว่าอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้” หลังถูกตำรวจ เมืองสมุทรปราการ จับกุมตัวได้

 
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเกิดเหตุประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2562 กลุ่มผู้เสียหาย ได้รู้จักกับผู้ต้องหา ซึ่งอ้างว่าตนเองได้รับสัมปทานการขนส่งลูกกุ้งขาวแวนนาไมกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด และบริษัท ซีพี จำกัด ซึ่งมีความต้องการรถยนต์กระบะขนส่งลูกกุ้งขาวแวนนาไม  จำนวนรวม 140 คัน เพื่อวิ่งรถยนต์กระบะไปรับกุ้งที่ฟาร์มกุ้งในจังหวัดเพชรบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสมุทรสาคร แล้วนำส่งกุ้งตามจังหวัดต่างๆ ได้แก่ นครปฐม ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี และจะได้รับค่าแรงในการขนส่งเที่ยวละ 3,500 - 7,400 บาท ต่อเที่ยว จึงได้ชักชวนกลุ่มผู้เสียหาย ให้ร่วมลงทุนโดยให้ผู้เสียหายโอนเงินให้แก่ผู้ต้องหา จำนวนคนละ 16,050 บาท เพื่อเป็นเงินประกันการขนส่งสินค้าลูกกุ้งขาวแวนนาไม และเป็นค่าฝึกอบรมการขนส่งลูกกุ้งขาวให้กับเจ้าหน้าที่ของบริษัท ไทยยูเนี่ยน จำกัด และบริษัท ซีพี จำกัด โดยผู้ต้องหานำหนังสือของบริษัทดังกล่าวมาแสดง  เพื่อใช้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายให้หลงเชื่อ  แต่เมื่อถึงกำหนดการอบรมช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2562  กลับ ไม่ได้มีการอบรมขึ้นจริง และผัดผ่อนเรื่อยมา โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทยังติดการอบรม ให้ความรู้กับกลุ่มอื่นอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ


 นอกจากนั้นผู้ต้องหายังนัดหมายพากลุ่มผู้เสียหายไปดูงาน ตามบ่อกุ้งในจังหวัดต่างๆ อีกหลายครั้ง แต่กลุ่มผู้เสียหายก็ยังไม่ได้วิ่งรถขนส่งกุ้งตามที่ผู้ต้องหา กล่าวอ้างอีกทั้งจากการตรวจสอบกับบริษัทดังกล่าวข้างต้นแล้ว ปรากฏว่าหนังสือของบริษัทดังกล่าว เป็นเอกสารปลอมทั้งหมดที่ผู้ต้องหาทำขึ้นมาเองเพื่อหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย ต่อมาช่วงเดือนกันยายน 2562 กลุ่มผู้เสียหายจึงได้ขอให้ผู้ต้องหาคืนเงินค่าประกัน ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ จึงมั่นใจว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน จึงได้รวมตัวกันมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา
               
 จากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้เสียหายรวมทั้งสิ้น จำนวน 140 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2.2 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: