ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

บุกจับ เชฟหมู กูรูสายเขียวพร้อมพวก ขายกัญชาออนไลน์พลิกวิกฤตโควิด


บุกจับ เชฟหมู กูรูสายเขียวพร้อมพวก ขายกัญชาออนไลน์พลิกวิกฤตโควิด


     เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 พ.ค. พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. และ น.ส.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี 43 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ อย.



     เข้าจับกุม นายเกาะเพชร หรือเพชร จุฬารักษ์ อายุ 29 ปี นายธรรมจักร หรือพีท จุฬารักษ์ อายุ 25 ปี น้องชาย และ นายราชเดช พนังนุวงศ์ อายุ 27 ปี ลูกจ้าง พร้อมของกลางโคเคน 9 กรัม น้ำมันกัญชา 85 กรัม ยางกัญชา 600 ขวด กัญชาแห้ง 3 กิโลกรัม และอุปกรณ์การปลูกแบบออแกนิค ใบกระท่อม 2 กิโลกรัม



     อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. อาวุธปืนขนาด .38 เครื่องกระสุนปืน 16 นัด ยาแก้ไอ 2,987 ขวด เงินสด 179,063 บาท บัญชีธนาคารยอดเงินหมุนเวียน 1.3 ล้านบาท และยาแผนปัจจุบันหลายรายการยอดรวมกันประมาณ 1,000,000 เม็ด



     โดยจับกุมตัวได้ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 646 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 68 แขวงและเขตบางพลัด กทม.ก่อนขยายผลไปตรวจค้นห้องเช่า จำนวน 2 ห้องบนคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันจากจุดที่ถูกจับกุม


     ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ บช.ปส.และ เจ้าหน้าที่ อย.ได้รับรายงานว่า นายเกาะเพชร หรือเพชร จุฬารักษ์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งประกอบอาชีพเปิดร้านขายยาแผนปัจจุบันชื่อ “ร้านยาหวานขม” ตั้งอยู่ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 93 และยังทำธุรกิจเกี่ยวกับการเปิดรับ-ส่งพัสดุเป็นแฟรนไชด์ให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง



     มีพฤติกรรมลักลอบขายยาเสพติดให้ลูกค้าในโซเชียลมีเดีย โดย นายเกาะเพชร หรือที่ในวงการรู้จักกันในนามว่า “เชฟหมู” ได้ตั้งกลุ่มไลน์ลับชื่อว่า “LEANER-24SHOP” และ “ตลาดยาหวานขม” เพื่อขายสินค้ายาเสพติดอาทิ กัญชาที่ผ่านการปลูกแบบออแกนิค โคเคน ใบกระท่อม ยาแก้ไอ ยาเสียสาว ยานอนหลับ และยาแผนปัจจุบันประเภทอื่นๆ ที่วัยรุ่นมักนำไปใช้ในการออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ให้สมาชิกที่มีเกือบ 1,000 คน ทั่วประเทศ



     โดย นายเกาะเพชร อาศัยความสะดวกจากการที่ตนเองเปิดร้านขายยาและทำธุรกิจเกี่ยวกับการรับ-ส่งพัสดุเอกชน จึงทำให้สามารถค้ายาเสพติดบังหน้าตบตาเจ้าหน้าที่มาได้เป็นเวลานานก่อนถูกนำกำลังเข้าจับกุม


     พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ บช.ปส.และ เจ้าหน้าที่ อย.ร่วมกันทำการวิเคราะห์แนวทางการค้ายาเสพติดของบรรดาผู้ค้าในช่วงวิกฤตโควิด-19 พบว่า เอเย่นต์ทั้งรายใหญ่รายย่อย หันมาใช้แนวทางการประสานการซื้อขายกับลูกค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย ใช้การโอนเงินผ่านออนไลน์ และใช้การขนส่งของกลางกันผ่านบริษัทรับ-ส่งพัสดุเอกชนจำนวนมาก



     สำหรับ นายเกาะเพชร ผู้ต้องหารายนี้พบว่า มีช่องทางการติดต่อกับลูกค้าทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ ตั้งตัวเป็นแอดมินใช้ชื่อ RANYAWANKHOM หรือร้านยาหวานขม ทำการติดต่อซื้อขายยาเสพติดและยาแผนปัจจุบันต้องห้ามให้กับลูกค้าทั่วประเทศ
โดยที่ตัวเองเปิดร้านขายยาบังหน้า จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายเกาะเพชร ยอมรับ ว่าลักลอบทำแบบนี้มานานปีกว่า โดยมีน้องชาย และลูกจ้างอีก 1 คน ที่โดนจับด้วยกันเป็นผู้ช่วยในการจัดและขนส่งสินค้า


     ขณะที่ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. กล่าวว่า วันนี้ บช.ปส.ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจค้นทั่วประเทศกว่า 50 จุด โดยมีเป้าหมายเพื่อกวาดล้างบรรดาผู้ค้ายาเสพติด ที่ใช้ช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียในการติดต่อประสานงานกับลูกค้า



     สำหรับจุดนี้ ซึ่งเราสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คนนั้น พบว่า มีการปลูกกัญชาเองโดยใช้วิธีการปลูกแบบออแกนิค นอกจากนั้นยังมีกัญชาแห้งที่สั่งมาจากผู้ค้ารายอื่น ก่อนนำมาแบ่งขายให้ลูกค้าของตัวเองเพื่อทำกำไรด้วย


     ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดไปที่ บช.ปส.ขอเวลาให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงิน เส้นทางการทำธุรกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สักระยะ จากนั้นจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายทั้งหมดให้สิ้นซากต่อไป



     น.ส.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลการตรวจสอบประวัติของ นายเกาะเพชร นั้นเจ้าตัวไม่ใช่เภสัชกร แต่ขอใบอนุญาตเปิดร้านขายยาแผนปัจจุบันอย่างถูกต้องโดยว่าจ้างเภสัชกรมาดูแลหน้าร้าน


     หลังจากนี้จะตรวจสอบประวัติของเภสัชกรซึ่งเป็นลูกจ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วยหรือไม่ ส่วนการจับกุมวันนี้ถือเป็นการจับกุมเอเย่นต์สมัยใหม่ที่มีวิธีการทำผิดครบวงจรคือ เปิดร้านขายยาบังหน้า แถมยังมีธุรกิจรับส่งพัสดุเป็นแฟรนไชด์ให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเพื่อลักลอบขนส่งสินค้าของตัวเองด้วย


     โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มลับ เพื่อล่อซื้อของกลางจำนวนหลายรายการจากกลุ่มผู้ต้องหา เมื่อได้ของกลางส่งพัสดุมา ก็นำเข้ากรรมวิธีการตรวจสอบ พบเป็นยาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทจริง จึงสนธิกำลังกันเข้าจับกุมได้ของกลางจำนวนมากในที่สุด


 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: