ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ปอศ.ลุยตรวจค้น3จุด ยึด'แบรนด์เนมเก๊' ของกลางกว่า 1.5 ล้านบาท


ตำรวจ บก.ปอศ. นำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญา ปิดล้อมตรวจค้น 3 จุด โดยจุดแรกจับกุมบ้านเลขที่ 13/157 ม. 5 หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถ.สุขาภิบาล 1 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย พร้อมของกลางเสื้อ , กางเกง , กระเป๋า และอุปกรณ์ในการไลฟ์สด ที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของ กุชชี่ , หลุยส์วิคอง จำนวน 1,626 ชิ้น มูลค่าประมาณ 990,000 บาท

จุดที่สองเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 214/24 ม.1 ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม จับกุมตัว นายรัฐศาสตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พร้อมของกลางเป็นสินค้าประเภท กระเป๋า , หมวก , เข็มขัด , แว่นตา และอื่นๆ ซึ่งละเมิดเครื่องหมายการค้าของ กุชชี่ , หลุยส์ วิตตอง , ชาแนล , เอ็มซีเอ็ม กับพวก จำนวน 82 ชิ้น มูลค่าประมาณ 334,000 บาท

และจุดที่สามเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 19/2 ซอยไอยรา 8 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับกุมน.ส.จุฑาทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พร้อมด้วยของกลางคือ เสื้อ และกางเกง ที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้ายี่ห้อ หลุยส์ วีตตอง , เค็นโซ่ , กุชชี่ และชาแนล จำนวน 268 ชิ้น มูลค่าประมาณ 265,000 บาท




ด้าน พันตำรวจเอกพัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผกก.1 บก.ปอศ. กล่าวว่า สำหรับการปฎิบัติระดมกวาดล้างจับกุมในครั้งนี้ กก.1 บก.ปอศ. ได้จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้จำนวน 8 ราย ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 8 รายมีพฤติกรรมไลฟ์สดขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์บนเฟซบุ๊ก ตรวจยึดของกลางซึ่งเป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า จำนวน 1,976 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,589,000 บาท ซึ่งการเสนอจำหน่ายสินค้าซึ่งปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 108 และมาตรา 110 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ผ่านมาทางพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. ได้เน้นย้ำสั่งการให้ตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อันก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ


กลับไป ด้านบน

Thaiza update: