ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

วัชระ ร้องคืนความเป็นธรรมให้ วิระชัย หลังถูก บิ๊กแป๊ะ สั่งสอบเรื่องดักฟังโทรศัพท์


นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผอ.รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล จากกรณี พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและให้สำรองราชการ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2563 จนเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 22/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม 2563 ให้พลตำรวจเอกวิระชัยกลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตามเดิม จึงต้องพิจารณาว่าคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชอบด้วยกฎหมายหรือไม่



นายวัชระ กล่าวว่า ตนเองเชื่อว่าเหตุที่นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้พลตำรวจเอกวิระชัย ย้ายกลับไปที่เดิมเนื่องจากได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วไม่พบความผิด แต่เหตุใดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พลตำรวจเอกจักรทิพย์ กลับยังมอบหมายให้กองคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งความดำเนินคดีกับ พลตำรวจเอกวิระชัย ในความผิดตามพ.ร.บ.โทรคมนาคม มาตรา 74 และความผิดตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 21 ฐานดักฟังโทรศัพท์ ในช่วงที่จะมีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จากนั้นก็ได้มีการออกคำสั่งให้สำรองราชการ พลตำรวจเอกวิระชัย ซึ่งมีอาวุโสอันดับ 1 ในการที่จะได้รับการพิจารณาขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวาระวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ซึ่งจะมีการพิจารณาในเร็วๆ นี้ และเหตุใดพลตำรวจเอกจักรทิพย์ จึงสามารถออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับพลตำรวจเอก วิระชัยได้ ทั้งที่เป็นคู่พิพาทกัน ซึ่งขัดกับกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนและพิจารณา หมวด 1ว่าด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อที่ 3 ที่ระบุว่า ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและคณะกรรมการสอบสวนจะต้องไม่เป็นบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สอบสวน หรือมีส่วนได้เสียในเรื่องที่สอบสวน เพราะผู้ออกคำสั่งเป็นคู่กรณีกับผู้ออกคำสั่งให้ถูกสอบสวน อีกทั้งเป็นผู้ปรปักษ์แห่งกันและกัน ถือว่ามีส่วนได้เสียอย่างยิ่ง หรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา



รวมทั้งการมีเหตุอื่นน่าเชื่ออย่างยิ่งว่าจะทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม เพราะผู้ที่เป็นคณะกรรมการสอบสวนล้วนแต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความใกล้ชิดกับ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ผู้ออกคำสั่ง โดยปราศจากผู้ทรงคุณวุฒิ จากภายนอกที่มีความเป็นกลางควรที่จะมาทำหน้าที่สอบสวนในเรื่องนี้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: