ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เพิ่มพูน ไม่บกพร่อง กรณีไม่แย้งอัยการ คดีบอส อยู่วิทยา ชี้ พิจารณาได้


เพิ่มพูน ไม่บกพร่อง กรณีไม่แย้งอัยการ คดีบอส อยู่วิทยา ชี้ พิจารณาได้


     พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสั่งไม่ฟ้องและตำรวจไม่แย้งคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 นำแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งของ ผบ.ตร.หลังดำเนินการการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นตามกำหนดกรอบเวลา 15 วัน และ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับ ตร.ได้สั่งการให้สอบเพิ่มเติม 3 ประเด็น คือ พล.ต.ท.เพิ่มพูน​ ชิดชอบ ผช.ผบ.ตร.ไม่แย้งความเห็นของอัยการ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่/และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีนี้ใหม่และกรณีตำรวจ 11 นายที่สอบสวนและทำคดีนี้มีกี่คน ทั้งที่โดนทำโทษและบางคนที่ยังเลื่อนตำแหน่งอยู่


     โดย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวถึงกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันเกิดเหตุ 3 ก.ย.55 โดยมีการทำแผ่นชาร์ตรายงานแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงในทางคดีต่างๆตั้งแต่วันเกิดเหตุปี 55กระทั่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องอัยการ



     พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ระบุว่าประเด็นการตรวจสอบความเห็นไม่แย้งของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผช.ผบ.ตร.นั้นไม่พบความบกพร่อง เนื่องจาก พล.ต.ท.เพิ่มพูน พิจารณาได้เฉพาะสำนวนของอัยการที่ส่งมาเท่านั้น ไม่มีอำนาจสอบสวนใหม่ หรือหยิบยกพยานหลักฐานใหม่มาพิจารณาได้ อีกทั้งผู้ตรวจสำนวนพิจารณาทั้ง 4ระดับ ก็ไม่มีความเห็นแย้งอัยการ ทาง พล.ต.ท.เพิ่มพูนจึงพิจารณาไปตามระเบียบ แต่ยังคงต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พล.ต.ท.เพิ่มพูน อย่างละเอียดอีกครั้งตามคำสั่งของ นายกรัฐมนตรี


     พร้อมระบุคณะกรรมการเตรียมเสนอ ผบ.ตร. ให้พิจารณาโทษทางวินัยและอาญากับ 14 นายตำรวจที่ทำคดีทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ โดยในจำนวนนี้11นาย เป็นตำรวจที่ ปปช.ได้ชี้มูลความผิดและลงโทษแล้ว ส่วนอีก3นายมีตำแหน่งระดับรองผบช.และผู้กำกับการ รวมทั้ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ที่กลับคำเรื่องความเร็วรถของ บอส ด้วย สำหรับความบกพร่องที่พบมี 10 ข้อ อาทิ ไม่ได้ทำการสอบสวนจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการตรวจคันบนผู้ต้องหในวันเกิดเหตุประกอบสำนวนการสอบสวน/ไม่ได้ทำการตรวจวัดปริมาแอลกอฮอล์และไม่ได้รวบรวมพบานหลักฐานในทันทีเป็นเหตุให้ขาดพยานหลักฐานในการฟ้อง/ไม่ได้สอบสวนปากคำผู้นำตัวผู้ต้องหามามอบต้วประกอบสำนวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาไปที่ไหนอย่างไร เพื่อสอบสวนขยายผลและอาจจะใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันในเรื่องความเมาและข้อเท็จจริงแห่งคดี



     นอกจากนี้คณะกรรมการเตรียมเสนอให้ดำเนินคดีข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่อายุความยังเหลืออีก 7ปี โดยอาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา ม.147 เพราะจากการสอบสวนผู้เชี่ยวชาญประกอบความเห็นเดิมของ พฐ.เดิมเชื่อได้ว่าความเร็วรถน่าจะอยู่ที่ 177 กม./ชม.และแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดให้โทษประเภท2(โคเคน)​ที่มีอายุความเหลือ2ปี หลังแพทย์ยืนยันว่า ยาแอมม็อกซิลีนที่บอสไปรักษาฟัน ไม่สามารถทำปฎิกริยาได้สารที่มีส่วนผสมของโคเคนได้


     อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการแจ้งข้อหาและทำคดีใหม่ ทางพนักงานสอบสวนก็จะเนินการขอศาลออกหมายจับได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงการทำเรื่องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อนำคนผิดมาลงโทษ โดยย้ำว่าตร.จะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน พร้อมระบุจากกรณีที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ ผบ.ตร.จะเข้ามาดูแลเรื่องการเห็นแย้งหรือไม่แย้งของอัยการด้วยตนเอง และจะวางกฎระเบียบให้ รอง ผบ.ตร.และผช.ผบ.ตร ดำเนินการต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: